รอบรั้วเอเชีย

จีนออกมาตรการกักกัน นทท.จากประเทศกลุ่มเลี่ยงสกัดโควิด-19

ทางการจีนออกมาตรการกักกันนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ต้องกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคโควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำ หลังสถานการณ์ในจีนเริ่มดีขึ้น

ทางการกรุงปักกิ่ง ของจีน ออกมาตรการกักกันนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติที่เดินทางไปจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่กำลังพบการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโรคโควิด-19 อาทิ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อิตาลี และอิหร่าน จะต้องกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน ในบ้านพักของตนเองหรือโรงแรมที่พัก เช่นเดียวกับอีกหลายเมืองใหญ่ในจีนที่ออกมาตรการในลักษณะเดียวกัน เช่น นครเซี่ยงไฮ้ และมณฑลกวางตุ้ง โดยมาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อพยายามป้องกันไม่ให้โรคโควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำ เนื่องจากสถานการณ์ในจีนเริ่มดีขึ้น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันอังคารที่ผ่านมา มีเพียง 125 ราย ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ และต่ำกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกประเทศจีนถึง 9 เท่า

ขณะเดียวกัน ทางการจีนได้เริ่มปฏิบัติการพิเศษเพื่อป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย รวมทั้งการบริโภคสัตว์ป่าด้วย หลังเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ทางการจีนตัดสินใจสั่งห้ามค้าสัตว์ป่าและพยายามให้ประชาชนเลิกพฤติกรรมการรับประทานสัตว์ป่า เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพของประชาชน และเพื่อพยายามควบคุมการระบาดของไวรัส

ด้านประธานาธิบดี มุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศภาวะสงคราม เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลจัดระบบฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ทางการเกาหลีใต้เตรียมเปิดศูนย์กักกันโรคในเมืองแทกู ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยจะรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2,000 คน ส่วนความคืบหน้าในการตรวจคัดกรองสมาชิกลัทธิ "ชินชอนจี" จำนวนมากกว่า 200,000 คน ขณะนี้ตรวจคัดกรองไปแล้วราว 120,000 คน โดยขณะนี้พบผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้แล้ว 5,186 คน และเสียชีวิต 31 คน

ส่วนที่อิหร่านพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อแล้ว 2,336 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลถึง 23 คน ซึ่งรวมทั้งหัวหน้าหน่วยแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติของอิหร่าน ขณะที่ มีผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 77 คนแล้ว