สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เร่งหาอาวุธ-กระเป๋า ปิดคดีฆ่าชาวจีน 2 ศพทิ้งแม่น้ำปิง

พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีฆ่ายัดกระเป๋าชาวจีน ว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การสอดคล้องกันแล้ว ขณะนี้ทราบรายละเอียดแล้วว่าทั้ง 4 คน แต่ละคนทำอะไรบ้าง ว่าใครเป็นคนฆ่ารัดคอ นายหว่าง จุ้น และใครเป็นคนใช้มีดเเทง นางสาวบิง ซู รวมถึงใครเป็นคนนำศพใส่กระเป๋ามาทิ้ง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังอยู่ในสำนวน ส่วนผู้ที่บงการในการก่อเหตุ เชื่อว่าคือ นายฝาน กังกัง เนื่องจากพบความขัดแย้งกับผู้ตาย ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมด จะต้องถูกดำเนินคดีสถานเดียวกัน เนื่องจากเป็นการร่วมกันก่อเหตุ

สำหรับอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าได้นำไปฝากไว้กับเพื่อนสัญชาติเดียวกัน ที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนไปติดตามแล้ว แต่ก็่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา หลังจากนี้ จะต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีปมอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ ยังระบุว่า คดีดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว จะไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมด ถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยการทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้น ถึงแก่ความตาย ร่วมกันซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย เเละร่วมกันปล้นทรัพย์

ด้านการค้นหากระเป๋าอีกใบที่ยัดร่าง นางสาวบิงซู พันตำรวจเอกวิระศักดิ์ แย้มแสง รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเด็กชาย อายุ 14 ปี ที่มาหาปลาในเเม่น้ำปิง ว่าพบกระเป๋าลักษณะขนาดคล้ายคลึงกับที่คนร้ายนำศพมาทิ้ง จึงทำการตรวจสอบบริเวณดังกล่าว โดยนำเด็กคนดังกล่าวไปชี้จุดที่พบกระเป๋า แต่ก็ยังไม่พบ

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องโซนาร์สแกน มาช่วยในการค้นหา ซึ่งเครื่องดังกล่าวสามารถตรวจหาวัตถุในรัศมี 2 เมตรจากเรือ เเละยังสามารถสแกนความลึกได้ถึง 100 เมตร หากพบวัตถุที่เข้าข่ายต้องสงสัย ก็จะแสดงพิกัดและรูปทรงผ่านหน้าจอมือถือ โดยเจ้าหน้าที่จะสังเกตวัตถุที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกระเป๋ายัดศพ

นอกจากนี้ ยังมีนักปฏิบัติการใต้น้ำของตำรวจน้ำ 11 นาย ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่งมกระดูกพี่ชายผู้พิพากษา ที่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละนายมีความเชี่ยวชาญในการดำน้ำลึก เพื่อที่จะหาวัตถุต้องสงสัยบริเวณแอ่งที่มีการขุดทราย และจุดที่น้ำลึกมากกว่า 4 เมตร

อย่างไรก็ตาม ศพที่อยู่ในกระเป๋านั้น ถ้าหากอยู่ในช่วง 3 วันเเรก ศพจะลอย แต่ถ้าหากเกิน 3 วันไปเเล้วศพนั้นจะค่อยๆ จมและดำดิ่งลงก้นแม่น้ำ ดังนั้นจุดที่จะเน้นค้นหา คือใต้น้ำบริเวณพื้นผิวทราย เบื้องต้นมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติการค้นหาจนกว่าจะพบกระเป๋าใบดังกล่าว