ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : หลอกขายหน้ากากอนามัยแต่ไม่ส่งของ

คดีนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจำนวนรวมกว่า 200 คนว่า มีคนร้ายรายหนึ่งโพสต์ facebook โดยใช้ชื่อว่า "Mask หน้ากากอนามัย ราคาโรงงานปลีกส่ง" อ้างว่า มีหน้ากากอนามัยหลายแบบหลายชนิด จำหน่ายให้ได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด มีประชาชนสนใจหาซื้อภายในเพจดังกล่าวเพียง 2 วัน มีคนหลงเชื่อ 200 กว่าคน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000,000 บาท แต่หลังจากนั้น คนร้ายกลับไม่ส่งของให้ และเชิดเงินหนี กว่าจะรู้ตัวก็เสียเงินฟรี

คนร้ายรายนี้มีจิตวิทยาสูง จะโพสต์หน้าเพจว่า ต้องการแบ่งให้กับผู้ที่เดือดร้อน และจำกัดการซื้อ เพียงแค่คนละ 6 กล่อง จนทำให้ผู้เสียหายหลายคนหลงเชื่อ และโอนเงินให้ บางคนก็ได้รับการบอกต่อจากคนรู้จักแบบปากต่อปาก พอมารู้ตัวว่าถูกหลอกก็รู้สึกแย่ไปตามๆ กัน

ตำรวจเตรียมสาวต่อไปถึงเพื่อนร่วมขบวนการซึ่งมีอย่างน้อยอีก 2-3 คน ซึ่งจากประวัติพบว่ามีหมายจับเกี่ยวข้องกับคดีแนวนี้ เพราะเงินจำนวนกว่า 1,000,000 บาท ขณะนี้อยู่ที่ตัวผู้ต้องหาที่จับได้เพียงไม่กี่บาทเท่านั้น

ขณะที่กองบังคับการปราบปราม ก็ออกมาเตือนว่า ก่อนจะสั่งซื้อทุกครั้ง ต้องตั้งสติอย่าใจร้อนรีบตัดสินใจซื้อหรือโอนเงิน แล้วนำข้อมูลของผู้ขาย ชื่อเจ้าของบัญชี และภาพประกอบการขายทั้งหมดที่ใช้ ไปตรวจสอบในโลกออนไลน์ว่า เคยถูกร้องเรียนไม่ส่งของให้ หรือเป็นภาพที่เคยถูกนำไปใช้ซ้ำๆ กันหรือไม่ หากพบการร้องเรียนหรือโพสต์ประจาน ก็ข้ามไปเลย อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะส่วนใหญ่ผู้เสียหายที่โดนหลอก ก็จะเห็นแก่ของที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ยิ่งถูกมากยิ่งเสี่ยงที่จะถูกหลอกมาก หากตัดสินใจสั่งซื้อ อย่าสั่งซื้อทีละมากๆ ให้สั่งซื้อพอประมาณ และอย่าโอนเงินไปครั้งเดียวทั้งหมด ให้ใช้วิธีมัดจำ หากคนขายบริสุทธิ์ใจ ก็ควรให้ใช้วิธีการแบบนี้หรือหากเป็นไปได้ก็นัดรับของกันต่อหน้า

แต่หากคุณผู้ชมท่านใดที่โดนหลอกเข้าแล้ว สิ่งที่ต้องรีบทำทันที คือ การเก็บหลักฐานของคนร้ายให้มากที่สุด โดยให้แคปหน้าเว็บไซต์เพจหรือหน้าประกาศขายที่เราสั่งซื้อ ข้อความแช็ตซื้อขาย รายละเอียดของผู้ขายทั้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล บัญชีธนาคาร หลักฐานการโอนเงิน จากนั้นปริ้นท์ออกมาให้เรียบร้อยเผื่อไว้สัก 2-3 ชุด

จากนั้นหอบหลักฐานทั้งหมด ไปแจ้งความกับตำรวจมี 2 ทางเลือกให้คุณ คือ 1.ไปแจ้งความกับตำรวจ สน.ท้องที่ที่คุณผู้ชมอาศัยอยู่ หรือที่โอนเงินสั่งซื้อ กับอีกทางเลือก คือ ไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หรืออาจโทรร้องเรียนตามสายด่วนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญก็คือ ต้องรีบไปแจ้งความภายใน 3 เดือนนับจากวันที่คุณผู้ชมรู้ตัวว่าถูกโกงเข้าแล้ว เพราะคดีลักษณะนี้มีอายุความเพียง 3 เดือนเท่านั้นต้องอย่าใจเย็น