ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : เอาผิดคนโพสต์มีหน้ากากอนามัย 200 ล้านอัน

เมื่อสื่อออนไลน์ชื่อดังออกมาเปิดเผยข้อมูล ที่พบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งบอกว่า ตนเองมีหน้ากากอนามัย 200 ล้านอัน สังคมก็เกิดความตื่นตระหนกว่า อาจมีการกักตุนหน้ากากอนามัย พากันโกรธแค้น ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเอาผิดกับชายคนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ยังเดือดร้อนไปถึงทั้งดารา, ตำรวจ, คนที่ทำงานให้รัฐมนตรี ไปจนถึงสมาชิกพรรคการเมือง ที่เคยถ่ายรูปด้วย ต้องพากันออกมาแสดงตัวว่าไม่เกี่ยวข้อง เราจะย้อนไปดูเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้                                                                           

คืนวันที่ 8 ต่อเนื่องวันที่ 9 มีนาคม เฟซบุ๊กแฟนเพจของแหม่มโพธิ์ดำ เริ่มนำภาพการโพสต์ข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง มาเรียงลำดับเหตุการณ์ ชี้ให้เห็นว่าเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม มีทั้งภาพการทำธุรกิจร่วมกับตัวแทนจากจีน, ภาพสมุดบัญชีเงินฝาก, ภาพเช็คสั่งจ่าย, โพสต์ข้อความที่อ้างว่ามีหน้ากากอนามัย 200 ล้านอัน พร้อมส่งขายคนที่ต้องการสั่งซื้อหลักล้านอันขึ้นไป เป็นที่มาที่ทำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเชื่อว่าอาจมีนายทุนกักตุนหน้ากากอนามัย ทำให้สินค้าขาดตลาด

ไม่ต้องรอกันนาน เพราะหลังจากที่ เพจแหม่มโพธิ์ดำ เริ่มทยอยปล่อยข้อมูลชุดนี้ ตำรวจก็เริ่มรวบรวมหลักฐานวางแผนตรวจสอบอย่างเงียบๆ ทันที และเช้าวันที่ 9 มีนาคม ตำรวจ บก.ปคบ., ตำรวจสืบสวนนครบาล และกองปราบปราม ก็กระจายกำลังลงพื้นที่ไปสืบสวนตรวจสอบ โดยเฉพาะเป้าหมายคือ "บอย ไนท์มาร์เก็ต" ซึ่งก็คือคนที่โพสต์ในเฟซบุ๊กอ้างว่ามีหน้ากากอนามัยจำนวนมาก ตำรวจตามไปหาตัวถึงที่บ้านในจังหวัดชลบุรี แต่ภรรยาปฏิเสธว่า สามีไปทำธุระที่ต่างจังหวัด แต่จากนั้นไม่นานในช่วงบ่าย ก็ตัดสินใจเข้าพบตำรวจ เพื่อให้ปากคำถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่สอบสวนไม่ทันไร ตำรวจก็พาตัวมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ รอง ผบ.ตร. สอบสวนด้วยตัวเอง ซึ่งก่อนจะเริ่มการสอบสวน นายบอย ก็ขอเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า ตัวเองไม่ใช่นายทุนอะไร เป็นแค่นายหน้าคนหนึ่ง ทุกโพสต์ที่เห็น ทำไปก็เพราะต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ ส่วนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ไม่ได้มีอยู่จริง

แน่นอนว่าตอบมาแบบนี้ สังคมไม่หายคลางแคลงใจ รอง ผบ.ตร.เองก็ไม่ปักใจเชื่อ สั่งให้ฝ่ายสืบสวน ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ

ส่วนที่พบการกระทำผิดชัดเจน ก็ส่งตัวไปให้ตำรวจ บก.ปอท. แจ้งข้อหาฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เอาไว้ก่อน จากนั้นไปจนจบสัปดาห์ ผู้ที่เคยมีภาพคู่กับนายบอย ต่างก็ทยอยเข้าให้ปากคำตำรวจ แสดงความบริสุทธิ์ว่า ตนเองนั้นไม่เกี่ยวข้อง ส่วนตำรวจจะเชื่อหรือไม่ ไว้ดูพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ก่อนค่อยว่ากัน คดีนี้ผ่านมาถึงตอนนี้ เรื่องก็ยังไม่จบ ยังมีเรื่องรอให้ไปตรวจสอบอีกเป็นกระบุง