สนามข่าว 7 สี

รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่ 26 มี.ค. พร้อมออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

เมื่อวานนี้ รัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไทย ที่นำ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้กับการแพร่ระบาดของโรค ปกติแล้วจะใช้ในภาวะสงคราม หรือมีการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติเท่านั้น

รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมออกมาตรการเยียวยา
นายกรัฐมนตรีให้เหตุผลที่ต้องใช้การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระยะเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่ 26 มีนาคมนี้ จนถึงปลายเดือนเมษายน ว่าเพื่อเป็นการยกระดับในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และจะยกระดับให้ศูนย์โควิด-19 เป็นหน่วยงานที่มีการทำงานและข้อกำหนดภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ โดยขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก

สำหรับพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการพูดถึงกันมากว่าจะเป็นยาแรงนั้น มีเนื้อหาสำคัญคือ ให้อำนาจทุกส่วนราชการ รวมศูนย์ที่นายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 รวมไปถึงมาตรา 9 ที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือที่เราเรียกกันว่า "เคอร์ฟิว" ตามเวลาที่กำหนด สามารถสั่งอพยพคนออกจากพื้นที่ ปิดเส้นทางคมนาคม ห้ามชุมนุมมั่วสุม ไปจนถึงห้ามนำเสนอข่าวสารที่กระทบกับสถานการณ์ ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนรายละเอียดต้องรอประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค.นี้

มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
อีกประเด็นหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีเตรียมดำเนินการคือ การออกพระราชกำหนดกู้เงิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโรคโควิด-19 เนื่องจากในขณะนี้งบกลางที่มีอยู่เหลือน้อยมากแล้ว จำเป็นต้องหาเงินมารองรับการออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน และสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

โดยคณะรัฐมนตรี อนุมัติ 8 มาตรการช่วยเหลือกลุ่มลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว ผู้มีอาชีพอิสระราว 3 ล้านคน ที่มีทั้งการสนับสนุนเงิน 5,000 บาท ต่อคนในระยะเวลา 3 เดือน ให้สินเชื่อฉุกเฉิน คนละ 10,000 บาท ดอกเบี้ย 0.1% โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และสินเชื่อแบบพิเศษ คนละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0.35% แต่กรณีนี้ต้องมีหลักประกันด้วย พร้อมยืดเวลายื่นแบบเสียภาษีไปถึงเดือนสิงหาคม เพิ่มหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ให้ยกเว้นภาษีค่าเสี่ยงภัย รวมทั้งเพิ่มทักษะอาชีพลูกจ้างและนักศึกษาด้วย

โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเยียวยาได้ 2 ช่องทาง คือ ผ่านระบบออนไลน์ในเว็บไซต์ "เราไม่ทิ้งกันดอทคอม" ซึ่งมี 4 ขั้นตอน หรือจะติดต่อธนาคารของรัฐก็ได้

ส่วนสถานบริการที่ถูกปิด 3 เดือน รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ครม.ก็อนุมัติงบให้เยียวยาส่วนนี้ 10,000 ล้านบาท สำหรับสินเชื่อรายย่อย 3 ล้านบาท ดอกเบื้ย 3% ใน 2 ปีแรก นอกจากนี้ยังมีมาตรการลดภาระ ทั้งการขยายเวลายื่นเสียภาษีสรรพสามิต ภาษีธุรกิจเฉพาะ ยกเว้นค่าธรรมเนียมปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น

ขณะที่ กระทรวงแรงงาน ออกประกาศกระทรวงลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมจาก 5% เหลือ 4% ของค่าจ้างในส่วนของนายจ้าง และ 1% ในส่วนของลูกจ้างให้มีผลตั้งแต่งวดค่าจ้างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้รวม 3 เดือน