ห้องข่าวภาคเที่ยง

ภาคอีสานพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น

สาธารณสุขจังหวัดยโสธร ออกประกาศยืนยันตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เป็นชายอายุ 45 ปี ที่อำเภอทรายมูล มีประวัติเดินทางกลับจากต่างประเทศ แต่ผู้ป่วยรายนี้ให้ความร่วมมือในการกักตัว ไม่ใกล้ชิดคนในบ้าน เมื่อมีอาการได้โทรเรียกรถพยาบาลไปรับตัว ส่งผลให้ไม่มีกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด แต่เจ้าหน้าที่ได้กักตัวพ่อและพี่สาว เพื่อดูอาการเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวด ตั้งจุดคัดกรองรอบตัวเมือง 13 จุด

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี พบผู้ป่วยเพิ่ม 3 คน กาฬสินธุ์ นครราชสีมา สุรินทร์ และศรีสะเกษ มีผู้ป่วยเพิ่มจังหวัดละ 1 คน ส่งผลให้ขณะนี้ภาคอีสานตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว 11 จังหวัด รวมกว่า 40 คน

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เผยว่า ได้ขอความร่วมมือบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่รับนักศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ไปฝึกงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 156 คน ให้เดินทางกลับก่อนกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรคโควิด-19 ซึ่งนักศึกษาทั้งหมดได้กลับมาถึงจังหวัดศรีสะเกษแล้ว โดยสาธารณสุขจังหวัดได้ทำการคัดกรอง และขอความร่วมมือนักศึกษากักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน

จังหวัดสุรินทร์ เพิ่มมาตรการ "เคาะบ้านต้านโควิด" โดยให้เจ้าหน้าที่ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันออกให้ความรู้ และคัดกรองกลุ่มเสี่ยงถึงที่บ้าน เริ่มที่ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ รวม 13 ชุมชน เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากโรคโควิด-19 และเป็นหูเป็นตาแจ้งเจ้าหน้าที่ หากมีกลุ่มเสี่ยงเดินทางเข้าพื้นที่ หลังจังหวัดสุรินทร์พบผู้ป่วยแล้ว 3 คน

เช่นเดียวกับผู้ใหญ่บ้าน บ้านสันกำแพง หมู่ 12 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศเสียงตามสาย ให้ความรู้การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 และขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดรุนแรง ให้รายงานตัวต่อหัวหน้าคุ้มหรือผู้นำชุมชน และกักตัว 14 วัน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และเพื่อนร่วมชุมชน

ส่วนที่จังหวัดนครพนม กลางดึกที่ผ่านมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำทีมเจ้าหน้าที่ลงทำความสะอาดหน้า สภ.เมืองนครพนม ไปตามถนนสุนทรวิจิตร เลียบแม่น้ำโขง ไปจนถึงหอนาฬิกา และตลาดอินโด เนื่องจากเป็นจุดที่มีประชาชนพลุกพล่านช่วงกลางวัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยมาตรการนี้จะทำต่อเนื่องทุกวัน

จากนั้นช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ไปตรวจเยี่ยมแรงงานกว่า 100 คน ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ที่อำเภอเรณูนคร เพื่อขอความร่วมมือในการกักตัว จนครบระยะฟักเชื้อ โดยจังหวัดนครพนมยังมีกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวังอีก 17 ราย

จังหวัดชัยภูมิ แม้จะยังไม่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 แม้แต่รายเดียว แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังเพิ่มความเข้มงวด มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น รายงานข้อมูลเป็น Real-Time เข้ามายังศูนย์กลางของจังหวัด เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมสั่งให้ อสม. ทั้งจังหวัด รวม 20,500 คน รับผิดชอบการเฝ้าติดตามชาวบ้านในจังหวัดชัยภูมิ อสม. 1 คน ต่อ 10 ครอบครัว เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ ทั้งกลุ่มเสี่ยง และไม่เสี่ยง รายงานแบบวันต่อวัน