เจาะประเด็นข่าวค่ำ

สัญญาร่วมฝ่าวิกฤต! นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร 1 เดือน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงการณ์เกี่ยวกับการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่าช่วงเวลานี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์อาจรุนแรง และเลวร้ายมากกว่านี้หลายเท่า อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายสุขภาพใจ และรายได้ของทุกคน จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อหยุดการแพร่ระบาด ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดกับประชาชนทุกคน

นายกรัฐมนตรีจึงต้องเข้ามาบัญชาการวิกฤตในครั้งนี้เต็มตัว ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเยียวยา โดยเมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ยกระดับศูนย์โควิด-19 เป็นศูนย์โควิด-19 ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.โควิด แล้ว ซึ่งศูนย์นี้จะทำงานอย่างบูรณาการทุกหน่วยงาน โดยให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบด้านสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบด้านสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบด้านการควบคุมสินค้า เวชภัณฑ์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ดูแลงานด้านต่างประเทศ การคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รับผิดชอบด้านความมั่นคง ปราบปรามอาชญากรรม โดยมีทีมงานทุกภาคส่วนเป็นที่ปรึกษา

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อบังคับของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจมีการห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง ปิดสถานที่เสี่ยง ปิดช่องทางเข้าประเทศ ห้ามกักตุนสินค้า ห้ามขึ้นราคาสินค้า ห้ามบิดเบือนข่าวสาร พร้อมยืนยัน ภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ จะไม่มีการปิดร้านค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

ในส่วนของการป้องกันการแพร่ระบาดนั้น จะใช้เทคโนโลยีแอปพลิเคชันต่างๆ มาช่วยในการควบคุมการระบาด เฝ้าสังเกตอาการ รวมถึงการรักษาพยาบาล เยียวยาฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของโควิด-19

ส่วนเรื่องการสื่อสารนั้น จะปรับปรุงเพื่อให้การสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์ถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน โดยสั่งการให้แถลงข่าวสถานการณ์วันละ 1 ครั้งจากแหล่งเดียว เพื่อลดการซ้ำซ้อน การบิดเบือน และลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน งดการติดต่อสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ส่วนผู้ใช้โซเชียลมีเดีย สามารถแชร์ข่าวจากการแถลง และให้ช่วยกันต่อต้านการแชร์ข่าวปลอม

พร้อมเตือนกลุ่มผู้ที่ฉวยโอกาส หาประโยชน์จากความทุกข์ร้อนของประชาชนในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 หากพบจะใช้กฎหมายจัดการอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และยังบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมโรคให้เข้มข้นขึ้นทั่วประเทศ เอาผิดผู้ที่ฝ่าฝืน และเจ้าหน้าที่ที่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่

นายกรัฐมนตรียังได้ขอความร่วมมือจากประชาชน และทุกภาคส่วน จับมือร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปให้ได้ พร้อมสัญญาว่าจะเดินหน้าสุดความสามารถ นำพาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นี้