สนามข่าว 7 สี

รวบหญิงไทย 3 คน หลอกเหยื่อโอนเงิน สูญ 6 แสนบาท จ.ขอนแก่น

ตำรวจขอนแก่น จับกุมหญิงชาวไทย 3 คน ร่วมขบวนการฉ้อโกง โดยมีผู้บงการเป็นชาวต่างชาติ ออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 600,000 บาท ก่อนเชิดหนี

ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับกุม นางสาวณัฐรดา ธนวราวรกิจ, นางสาวนัฐธิดา วงศ์ทองทิว และนางสาวศิรินดา ศักดาหาญ ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง โดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารจำนวน 600,000 บาท ก่อนเชิดหนี

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นชายชาวอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ร้องเรียนผ่านสายด่วนธนาคารแห่งประเทศไทย และแจ้งความไว้ที่ สภ.มัญจาคีรี ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน โดยพฤติการณ์ของมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะติดต่อกับผู้เสียหายผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ (SWEET MEET) อ้างว่าเป็นทหารหญิงอเมริกัน สังกัดอยู่กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย ต้องการขนย้ายเงินเดือนออกจากประเทศ โดยให้เหตุผลว่าประเทศซีเรียไม่สามารถโอนเงินผ่านทางธนาคารได้ จึงต้องการส่งเงินเข้ามาผ่านประเทศไทย ซึ่งจะใช้วิธีการขนส่งแบบลับ จำเป็นต้องมีชื่อของผู้รับพัสดุปลายทาง โดยยอดเงินที่จะส่งมาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 50 ล้านบาท หากผู้เสียหายยินดีรับเป็นญาติเพื่อรับพัสดุ จะให้ค่าตอบแทน 30 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ผู้เสียหายจึงตกลงและรอรับพัสดุที่ปลายทางสนามบินภูเก็ต

ต่อมามีโทรศัพท์ติดต่อมายังผู้เสียหาย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร แจ้งว่ามีพัสดุส่งถึงผู้เสียหาย แต่จะต้องโอนเงินชำระค่าธรรมเนียมสินค้า จำนวน 600,000 บาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อปลายทางได้อีก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี

ตำรวจร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีที่รับโอนเงิน จำนวน 2 บัญชี พบว่ามีการกระจายกันกดเงินอัตโนมัติตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ก่อนตามจับกุมได้ที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอุดรธานี

จากการสืบสวนเชิงลึกทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รู้จักกันช่วงที่ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงในคดีฉ้อโกง เมื่อพ้นโทษออกมา ได้มารับงานจากชาวต่างชาติที่ตำรวจกำลังแกะรอยติดตามตัวอยู่ โดยมีหน้าที่กดเงินและโอนเงิน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม และจะเร่งขยายผลติดตามชาวต่างชาติที่ร่วมขบวนการดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย