ข่าวดึก 7HD

ผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกบางจังหวัด

สาธารณสุขจังหวัดยโสธร ออกประกาศยืนยันตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เป็นชายอายุ 45 ปี ที่อำเภอทรายมูล มีประวัติเดินทางกลับจากต่างประเทศแต่ผู้ป่วยรายนี้ให้ความร่วมมือในการกักตัว ไม่ใกล้ชิดคนในบ้าน เมื่อมีอาการได้โทรเรียกรถพยาบาลไปรับตัว ส่งผลให้ไม่มีกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด แต่เจ้าหน้าที่ได้กักตัวพ่อและพี่สาว เพื่อดูอาการเป็นเวลา 14 วัน

นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยผ่านสถานีวิทยุ สวท.อำนาจเจริญ ว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เป็นสาวประเภทสองที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร หลัง สถานบันเทิงที่ผู้ป่วยรายนี้ทำงานอยู่ย่านสุขุมวิท ปิดให้บริการ จากการสอบสวนโรคพบว่า มีกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด ที่เจ้าหน้าที่ต้องกักตัวไว้ดูอาการ ประกอบด้วย พระสงฆ์ที่ผู้ป่วยใส่บาตร 3 รูป แม่ และน้อง รวมทั้งสิ้น 5 คน

ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุดรธานี มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจังหวัดละ 1 คน รวมยอดผู้ป่วยสะสมเป็นจังหวัดละ 7 คนเท่ากัน ซึ่งผู้ป่วย 2 รายนี้เชื่อมโยงกับผู้ป่วยที่จังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากทำงานอยู่ในสถานบริการเดียวกัน และเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมกัน ทำให้คาดว่า พนักงานคนอื่นในสถานบริการแห่งนี้อาจสุ่มเสี่ยง ติดโรคโควิด-19 ได้เช่นกัน

เช่นเดียวกับผู้ป่วยรายที่ 3 ของจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีการแถลงข่าวยืนยันในวันนี้ เป็นหญิงไทย อายุ 34 ปี ทำงานอยู่ในสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวภายในห้องแยกโรคโรงพยาบาลร้อยเอ็ด นอกจากนี้จังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีกลุ่มเสี่ยงเข้าข่าย รอผลตรวจจากห้องแล็บว่าเป็นบวก หรือลบ อีก 6 คน

ในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก เป็นจังหวัดล่าสุดที่ตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เป็นหญิงไทย อายุ 43 ปี ช่วงวันที่ 7-9 มีนาคม มีประวัติไปเที่ยวที่สถานบันเทิงในซอยนานา ท้องฟ้าจำลอง และไปพักผ่อนที่จังหวัดน่าน ก่อนจะมีไข้ 37.8 องศาเซลเซียส ในวันที่ 11 มีนาคม จึงเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลพิษณุเวช จ.พิษณุโลก ผ่านไป 10 วันอาการยังไม่ดีขึ้น ก่อนแพทย์จะตรวจพบว่าติดโรคโควิด-19 ในวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา จึงได้ย้ายผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก มีคนใกล้ชิดมีความเสี่ยงสูง 9 คน และความเสี่ยงต่ำ 32 คน ที่ต้องกักตัวดูอาการ

นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยไทม์ไลน์ของผู้ป่วยโควิด-19 รายแรก เป็นพนักงานสถานบันเทิง ย่านสุขุมวิท ซอย 4 ซึ่งผู้ป่วยเดินทางจากบ้านพักที่จังหวัดสมุทรปราการด้วยรถยนต์ส่วนตัว กลับมาที่จังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ระหว่างทางได้แวะปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง ย่านงามวงศ์วาน แวะรับญาติที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนแวะปั๊มน้ำมันอีกครั้งที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนถึงบ้านได้แวะซื้อของที่ตลาดนัดคลองถมสามแยก อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี รุ่งเช้ามีไข้จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทัพทัน ก่อนจะตรวจพบติดโควิด-19

จังหวัดปัตตานี พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มอีก 12 คน ทั้งหมดเป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ป่วย 8 รายแรก ที่ทางจังหวัดตรวจสอบเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และได้กักตัวทั้งหมดไว้ดูอาการ ซึ่งผล Lab ทุกคนออกมาเป็นบวก ส่งผลให้จังหวัดปัตตานีมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสม 20 คน และมีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังอีกกว่า 30 คน

ส่วนที่จังหวัดสงขลา มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสม 18 คน ล่าสุดจังหวัดได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง สั่งปิดสถานบริการต่างๆ เพิ่มเติม รวมถึงในสถานีบริการน้ำมัน ทั้งยังสั่งปิดชายหาดแหลมสมิหลาชั่วคราว เพื่อลดการรวมกลุ่มของนักท่องเที่ยว ขณะที่โรงพยาบาลต่างๆ ออกมาตรการเข้ม ให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยได้เพียง 1 คน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด

วันนี้ นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์บังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร โดยรัฐบาลออกคำสั่งฉบับที่ 1 คลอด 16 ข้อกำหนด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

โดย 16 ข้อกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง ปิดสถานที่เสี่ยง ปิดช่องทางเข้าราชอาณาจักร เว้นสินค้าจำเป็นหรือคนไทยกลับประเทศ ห้ามกักตุนสินค้า อาหาร น้ำดื่ม ยา เวชภัณฑ์ ห้ามชุมนุม มั่วสุมใดๆ การห้ามเสนอข่าวบิดเบือน ทำให้เกิดความหวาดกลัว

นอกจากนี้กำหนดให้เตรียมรับสถานการณ์ของทั้งในส่วนของจังหวัด โรงพยาบาล สถานพยาบาล กำหนดมาตรการกักตัวผู้ข้ามเขต มีมาตรการพึงปฏิบัติเช่นผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว และเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปีให้อยู่ในบ้าน

การกำหนดดูแลความสงบเรียบร้อย ด้วยการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางต่างๆ รวมถึงให้ทำความสะอาดสถานที่ ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือฆ่าเชื้อ เว้นระยะห่าง 1 เมตร ลดความแออัด ลดเวลากิจกรรม และมีคำแนะนำสำหรับสถานที่เปิดให้บริการประชาชนและ ภาคธุรกิจต่างๆ

สำหรับการเดินทางข้ามเขตจังหวัด มีคำแนะนำให้งด หรือชะลอไปก่อน เพราะต้องถูกตรวจสอบคัดกรองเข้มงวด ส่วนกิจกรรมทางสังคม ประเพณีนิยมจัดได้แต่ต้องภายในมาตรการป้องกันโรค

สุดท้ายมีการกำหนดโทษต่างๆ ของผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด ซึ่งมีการบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่ 00.00 น. ที่ผ่านมาไปจนถึง 30 เมษายน