ข่าวดึก 7HD

ผ่อนผันรถบรรทุกสินค้าวิ่ง 24 ชั่วโมง

พลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พูดถึงเรื่องที่มีประชาชนจำนวนมากแห่กักตุนสินค้า จนสินค้าที่จำเป็นบนชั้นวางของในห้างสรรพสินค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดหลายแห่งหมดไป และทางห้างไม่สามารถเติมสินค้าใส่ชั้นวางได้เนื่องจากสินค้าหมดสต๊อก สมาคมผู้ค้าปลีกไทยและภาคเอกชนจึงได้ร้องขอให้มีการผ่อนผันให้รถบรรทุกสินค้า สามารถวิ่งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้โดยไม่ติดเวลา คือ ให้สามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจากเดิม รถบรรทุกทั้ง 4 ล้อ, 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ ที่วิ่งขนส่งสินค้า จะถูกจำกัดเวลาวิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อันเนื่องมาจากสภาพการจราจรที่ติดขัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล พิจารณาแล้วเห็นความจำเป็นในระยะนี้ จึงผ่อนผันให้รถบรรทุก 4 ล้อ รถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ ที่ขนส่งสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค สามารถวิ่งเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึงวันที่ 24 เมษายน 2563 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าจะมีสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นเพียงพอ และไม่ต้องกักตุนสินค้า ซึ่งจากมาตรการผ่อนผันนี้ ก็จะมีรถบรรทุกของกลุ่มสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและภาคเอกชนที่ร้องขอผ่อนผันมาจำนวนรวม 3,800 คัน ที่จะวิ่งเข้ามาเติมสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งรถทุกคันต้องนำเอกสารมายืนยันกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็จะต้องมีการตรวจสอบว่าขนสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ สินค้าที่ได้รับการผ่อนผันเท่านั้น ส่วนรถบรรทุกสินค้าของภาคเอกชนอื่นที่ไม่อยู่ในสมาคมฯ สามารถยื่นขอผ่อนผันได้เป็นรายๆ ไป

ตำรวจจะเริ่มตั้งด่านตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอด 24 ชั่วโมง ในถนนฝั่งขาเข้าและขาออกพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 จุด ประกอบด้วย ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณสะพานข้ามแยกคลองประปา, ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณใต้ด่วนมหานคร, ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ซอย 39, ถนนสุขุมวิท บริเวณ BTS แบริ่ง, ถนนราชพฤกษ์ บริเวณหน้าศูนย์โตโยต้า พื้นที่ตลิ่งชัน, ถนนสุขสวัสดิ์ ใต้สะพานภูมิพล, ถนนพระราม 2 ซอยพระราม 2 ซอย 92

พลตำรวจตรีจิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า ใครที่ต้องผ่านด่านตรวจเหล่านี้ ตำรวจจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เช่น ตรวจบัตรประชาชน, วัดไข้, ซักประวัติการเดินทาง ดังนั้นต้องขอให้ประชาชนเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ส่วนจะมีการตั้งด่านตรวจ 24 ชั่วโมงจุดใดเพิ่มอีกหรือไม่ ต้องรอการพิจารณาอีกครั้ง

ภายหลังจากที่มีการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนที่ไปทำงานในจังหวัดต่างๆ รวมถึงกลุ่มแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศของตัวเอง จากผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สั่งการให้เจ้าหน้าที่ขนส่งและสาธารณสุขจังหวัด ตั้งจุดคัดกรองประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยรถทัวร์และรถตู้ ภายในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร พบว่าประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนประชาชนที่ไม่มีหน้ากากอนามัยสวมใส่ ทางจังหวัดได้มอบให้คนละ 1 อัน เพื่อนำไปสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ส่วนที่บริเวณอำเภอแม่สอด มีการสั่งปิดอำเภอและตั้งด่านคัดกรองสุขภาพประชาชน ที่เดินทางกลับจากพื้นที่อื่น พร้อมกรอกประวัติการเดินทาง เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการติดตามอาการระหว่างการกักตัว เป็นเวลา 14 วัน

ขณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 3 พบประชาชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่ต้นสัปดาห์จนถึงช่วงค่ำที่ผ่านมา มียอดประชาชนเข้ามาในพื้นที่มากกว่า 1,000 คน เจ้าหน้าที่ยังใช้มาตรการคัดกรองสุขภาพอย่างเข้มงวด

ส่วนที่สนามบินเชียงใหม่ วันนี้ ได้ยกระดับความเข้มงวดในการใช้มาตรการคัดกรองสุขภาพของประชาชนที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่ โดยกำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามา ต้องบันทึกข้อมูลโดยละเอียด เพื่อใช้ในการติดตามตัว และเข้าสู่กระบวนการตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมกับแนะนำให้กักตัวอีกด้วย ด้านเจ้าของตลาดสดต่างๆ เช่นที่ตลาดธานินทร์ ตอนนี้ขานรับนโยบายรัฐบาลและใช้มาตรการคัดกรองเช่นกัน หากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะไม่ให้เข้าใช้บริการ ขณะที่ตลาดต้นลำไย แหล่งขายของฝากชื่อดัง ยังเปิดให้บริการเฉพาะโซนขายของสดเท่านั้น