7HD ร้อนออนไลน์

ฮึ่มปิดประเทศ! รัฐบาล ขอประเมิน 7 วัน หากประชาชนไม่รวมมือสกัดโควิด-19

พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หรือ ศปม. แถลงยืนยัน การกำหนดข้อปฏิบัติและมาตรการด้านความมั่นคง ไม่ใช่การนำกลไกทางทหารมาใช้ทั้งหมด   แต่เป็นการบูรณาการกับส่วนราชการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะจุดตรวจ 359 แห่งทั่วประเทศไม่มีทหารเข้าร่วม แต่มีเพียง 7 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ที่อาจมีสารวัตรทหารเข้าร่วมด้วย โดยการกำหนดมาตรการด้านความมั่นคง จะยึดแนวทางจากเบาไปหาหนัก ยังไม่ปิดเมือง ไม่ปิดประเทศ ยังสัญจรไปมาได้ 

โดยจะประเมินว่า ระยะเวลา 7 วันนับจากนี้ หากทุกฝ่ายร่วมมือปฎิบัติตามแนวทางอย่างเคร่งครัด คาดว่า จะมีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 2,000 คน แต่หากยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ร่วมมือ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" และ จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจะนำไปสู่การปิดเมือง หรือ ปิดประเทศ โดยจะเป็นมาตรการในขั้นต่อไป

พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ  ศบค. ระบุ  โทษในกรณีฝ่าฝืนมาตรการและข้อกำหนดมีทั้งจำคุก 2 ปีปรับ 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่รัฐไม่อยากใช้มาตรการลงโทษนี้จึงขอความร่วมมือก่อน  แต่ถ้ายังไม่เชื่อฟังจะเพิ่มความเข้มข้นและบทลงโทษ โดยพิจารณาจากเจตนาด้วย

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า  กระทรวงต่างประเทศ แสดงความเป็นห่วงตามแนวชายแดนรอบประเทศเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลับเข้าไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ ต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมสถานการณ์แพร่ระบาดในไทย  และยังมีการประเมินแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและคาดการณ์ไปถึงวันที่ 15 เมษายน 2563 โดยหากภาคประชาชนร่วมมือ เว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social distancing  ได้ร้อยละ 80  จะมีผู้ป่วยสะสมจำนวน 7,745 ราย  แต่หากประชาชนร่วมมือในการเว้นระยะห่างทางสังคม เพียงร้อยละ 50 จะมีผู้ติดป่วยสะสม 17,635 ราย และถ้าไม่มีมาตรการป้องกันจะทำให้มีผู้ป่วยสะสมถึง 25,225 ราย