สนามข่าว 7 สี

พี่สาววอนตำรวจ เร่งจับชายทำร้ายน้องสาวในห้องพัก จ.นครปฐม

พี่สาวออกมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับน้องสาว ถูกทำร้ายบาดเจ็บอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม ขณะที่มีคนไปพบหญิงคนดังกล่าวอยู่ในสภาพร่างกายช่วงล่างเปลือยเปล่า และถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งภายหลังถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล นานเกือบ 3 สัปดาห์ กระทั่งเสียชีวิต แต่ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้

หญิงอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของหญิงอายุ 32 ปี ที่พบถูกทำร้ายอยู่ในห้องพัก โดยมีสภาพร่างกายช่วงล่างเปลือยเปล่า โดยเธอเล่าว่า เดิมทีน้องสาวเป็นคนจังหวัดนครพนม แต่ย้ายมาทำงานที่จังหวัดนครปฐม โดยมาเช่าห้องอยู่ที่หอพักที่เกิดเหตุ ในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม ได้ประมาณ 8 ปีแล้ว

กระทั่งช่วงสายของวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา คนดูแลหอพักโทรศัพท์ไปแจ้งว่า น้องสาวถูกทำร้ายอาการสาหัส รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนครปฐม ให้รีบมาดู เมื่อมาถึงก็พบว่าน้องสาวมีสภาพดวงตาและตามลำตัวมีรอยเขียวช้ำ มีรอยข่วนที่แขน ส่วนที่ศีรษะบวมปูด มีเลือดคั่งในสมอง คาดถูกตีด้วยของแข็ง

หลังเกิดเหตุเธอพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ข้อมูลจากคนดูแลหอพัก เล่าให้ฟังว่า กลางดึกของวันที่ 7 มีนาคม มีผู้เช่าในหอพักเดียวกันได้ยินเสียงน้องสาวของเธอทะเลาะกับผู้ชายคนหนึ่งอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะนึกว่าเป็นเรื่องครอบครัว จนวันรุ่งเช้าอีกวัน (8 มี.ค.) เพื่อนของน้องสาวมาหาที่ห้องพัก พยายามเคาะห้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงให้คนดูแลหอพักนำกุญแจมาไขเข้าไป ก็พบน้องสาวนอนหายใจรวยรินอยู่ที่ระเบียงด้านหลังห้อง ในสภาพสวมเสื้อยืดสีขาว แต่ไม่สวมเสื้อชั้นใน และช่วงล่างเปลือยเปล่า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

นับตั้งแต่เกิดเหตุ น้องสาวต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานเกือบ 3 สัปดาห์ แต่อาการไม่ดีขึ้น กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยว่าเหตุใด ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ยังตามจับตัวคนร้ายไม่ได้สักที

โดยเธออ้างว่าก่อนหน้านี้เคยไปสอบถามความคืบหน้าทางคดีกับตำรวจเจ้าของคดี ระบุว่า พบหลักฐานลายนิ้วมือแฝง รอยเท้า ปรากฏที่ระเบียงด้านหลังห้องที่เกิดเหตุ คาดเป็นของคนร้าย โดยพบมีความเชื่อมโยงกับชายต้องสงสัยคนหนึ่ง มีอาชีพเป็นช่างรับเหมาทาสี น่าจะปีนขึ้นมาทางหนีไฟ ซึ่งอยู่ติดกับห้องพัก ก่อนเข้าไปก่อเหตุทำร้ายน้องสาว หรืออาจเป็นบุคคลใกล้ชิดกับน้องสาว จึงขอให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว โดยทางครอบครัวไม่ต้องการให้น้องสาวตายฟรี