เช้าข่าว 7 สี

หมอแล็บแพนด้า ยกเลิก โฮมโควิด

เป็นเรื่องราวที่ชาวโซเชียลชื่นชมและแชร์กันจำนวนมากหลังเพจ "หมอแล็บแพนด้า" โชว์รถตรวจเชื้อโควิด-19 เคลื่อนที่หรือที่เรียกว่า "โฮมโควิด" เผยว่าเป็นรถโมเดลตรวจโควิด-19 ถึงบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีความเสี่ยงต้องออกจากบ้านมาตรวจเชื้อที่โรงพยาบาล โดยรถคันนี้จะนำชุดตรวจ ทีมพยาบาล เดินทางไปเก็บสารคัดหลั่ง ผู้ที่คาดว่ามีเชื้อโควิด-19 ถึงที่บ้าน พร้อมกับจะส่งสารคัดหลั่งไปตรวจที่ Lab โรงพยาบาลศุขเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ จะเริ่มเคลื่อนที่ให้บริการในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมนี้ โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 4,500 บาท

หลังเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปเรียกว่าถูกอกถูกใจชาวเน็ตเป็นจำนวนมากต่างเข้าไปกดไลก์ กดแชร์ และรอจะใช้บริการ บางคนบอกว่าอยากให้รถเคลื่อนที่มาตามต่างจังหวัดบ้าง ขณะที่บางคนบอกว่ายินดีให้รถแวนไปทำโฮมโควิด เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับทีมแพทย์ด้วย แต่หลายคนก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่าตรวจแบบนี้จะปลอดภัยหรือไม่ เป็นห่วงทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

ด้านอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขเลย ออกมาชี้แจงถึงประเด็นร้อนนี้ว่า ปกติการจัดรถเคลื่อนที่ให้บริการด้านสาธารณสุข จำเป็นต้องได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งพบว่าโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วม "โฮมโควิด" ไม่ได้มาขออนุญาต และไม่อยู่ในคู่สัญญาที่สามารถทำได้ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือมาตรฐานความปลอดภัยและความเสี่ยงของผู้ให้และผู้รับบริการในภาวะที่โรคโควิด-19 ระบาดเพิ่มขึ้น จึงสั่งระงับการดำเนินการแล้ว สอดคล้องกับอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า นอกจากรถตรวจเคลื่อนที่ต้องขออนุญาตถูกต้อง เจ้าหน้าที่ประจำบนรถก็ต้องถูกต้องตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ รวมถึง พ.ร.บ.เชื้อโรค และพิษจากสัตว์ แต่ละโรงพยาบาลไม่สามารถดำเนินการได้โดยพลการ

ทีมข่าว 7HD พยายามติดต่อหมอแล็บแพนด้า ก็ไม่สามารถติดต่อได้ แต่ทางเพจมีความเคลื่อนไหว ถึงความชัดเจนเรื่องราวดังกล่าวว่า

"ที่ริเริ่มแนวคิดตรวจโควิดถึงบ้าน จุดประสงค์หลักก็คือ ช่วยลดการแพร่เชื้อของกลุ่มเสี่ยง ที่เขาต้องเดินทางมาตรวจถึงโรงพยาบาล ซึ่งมีโรงพยาบาลให้ความสนใจในแนวคิดนี้ ผมก็เลยช่วยเซ็ตระบบ ทำเป็นโมเดลให้ดู ถ่ายภาพตัวเองให้ดูเป็นตัวอย่างว่าต้องทำอย่างไร เก็บตัวอย่างอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัย ล่าสุด ทางโรงพยาบาลที่ปฏิบัติงาน "โฮมโควิด" ได้ขออนุญาตระงับโฮมโควิดไปก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในปัจจุบัน หรืออาจจะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ และต้องไปพิจารณา พ.ร.บ.อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก"