รอบรั้วรอบโลก

สถานการณ์ของแต่ละประเทศ ที่ต้องเผชิญกับโรคโควิด-19

ไปดูบรรยากาศในหลายเมืองของสหรัฐฯ และในประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ไปที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐฯ ต้องกลายสภาพเป็นเมืองร้าง และไม่มีผู้คน หลังนายกเทศมนตรีประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสั่งปิดโรงเรียน และร้านค้าทุกแห่ง รวมถึงสถานที่สำคัญ ๆ ไม่เว้นแม้แต่ทำเนียบขาว ก็ปิดทำการเช่นกัน ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปิดถนน และสะพานหลายแห่ง เพื่อป้องกันการรวมตัวกันของฝูงชน ที่แห่กันไปชมดอกซากุระบานด้วย ส่วนร้านอาหาร ไม่อนุญาตให้ลูกค้านั่งทานที่ร้าน โดยให้สั่งซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น

ส่วนที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง ได้ติดตั้งแผ่นพลาสติกใสกำบัง เพื่อช่วยเว้นระยะห่าง ระหว่างผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของ และพนักงานแคชเชียร์ ในระยะ 2 เมตร ตามมาตรการป้องกันของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว โดยพนักงานแคชเชียร์คนใหม่ที่จะมาเข้ากะงาน จะต้องทำความสะอาดเคาน์เตอร์ และแผ่นพลาสติกใส ทุกครั้งด้วย

ส่วนบรรยากาศในแอฟริกาใต้ มีการเผยภาพประชาชนจำนวนมาก มารอต่อแถวยาวเหยียดจนล้นออกไปนอกซูเปอร์มาร์เก็ต เมื่อวานนี้ ก่อนหน้าที่จะใช้มาตรการล็อกดาวน์เพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยแอฟริกาใต้ประกาศปิดประเทศเป็นเวลา 21 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ พนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ตยังมีบริการเจลฆ่าเชื้อทำความสะอาดมือให้กับลูกค้าที่มาเข้าแถวรอใช้บริการด้วย โดยมีการจำกัดจำนวนผู้ที่จะเข้าไปจับจ่ายซื้อของ เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดจนเกินไปด้วย

ส่วนที่เปรู นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ตกค้างอยู่ภายในประเทศ ทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว โดยมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่บรรทุกผู้โดยสารชาวอเมริกันราว 128 คน มีกำหนดการเดินทางออกจากเมืองกุสโก ของเปรู เพื่อส่งกลับสหรัฐอเมริกา หลังจากรัฐบาลเปรูสั่งปิดเขตพรมแดน เนื่องจากมีการประกาศภาวะฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา

และที่อังกฤษ ที่มีการเผยภาพประชาชนที่อาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ พากันปรบมือ พร้อมตะโกนแสดงความยกย่อง และสนับสนุน ทีมแพทย์ และพยาบาล ที่ทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 ด้วย ซึ่งถือเป็นภาพน่าประทับใจ ที่เกิดขึ้นในยามที่สถานการณ์บ้านเมือง ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต และความยากลำบาก