สนามข่าว 7 สี

จับมือยิงชายอายุ 25 ปี เสียชีวิต อ้างแค้นเรื่องยืมเงิน จ.สงขลา

ตำรวจสงขลา ตามจับคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงชายอายุ 25 ปี จนเสียชีวิตได้แล้ว โดยเขาอ้างว่า แค้นเรื่องยืมเงินจากผู้เสียชีวิตไปเล่นเกม และนำรถไปวางค้ำประกันไว้ แต่กลับถูกผู้เสียชีวิตถอดแยกชิ้นส่วนไปขาย จึงตัดสินใจก่อเหตุ

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร กระหน่ำยิง นายประพัฒน์ หนูน้อย อายุ 25 ปี ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับหลานชาย จนทำให้ นายประพัฒน์ ตกจากรถลงมานอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนราษฎร์อุทิศ 1 เขตเทศบาลนครสงขลา จังหวัดสงขลา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงกลางดึกของวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หลังก่อเหตุตำรวจสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายพรมงคล กาญจนบรรณ อายุ 36 ปี และนำไปสู่การออกหมายจับ

ความคืบหน้าช่วงค่ำวานนี้  (29 มี.ค.) ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ร่วมกันสืบสวนจนทราบเบาะแสความเคลื่อนไหวของ นายพรมงคล โดยทราบว่าหลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง จึงตามไปจับกุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสงขลา

เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นคนลั่นไกสังหาร นายประพัฒน์ จริง โดยอ้างว่าปมเหตุมาจากเรื่องยืมเงินจากผู้เสียชีวิต จำนวนเกือบ 20,000 บาท เพื่อนำไปเล่นเกม จากนั้นได้นำรถจักรยานยนต์ไปวางค้ำประกันไว้อีกด้วย แต่เมื่อถึงวันไถ่ถอน ปรากฏว่าผู้เสียชีวิตได้ถอดแยกชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของเขาไปขาย ทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันเรื่อยมา กระทั่งคืนเกิดเหตุขี่รถมาพบกันโดยบังเอิญ จึงจอดรถเคลียร์ปัญหา แต่ตกลงกันไม่ได้ จนเขาโมโหพลั้งมือตบหน้าผู้เสียชีวิต 1 ครั้ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับผู้เสียชีวิตทำท่าเหมือนล้วงหยิบสิ่งของบางอย่างในกระเป๋าสะพาย ทำให้เขานึกว่าผู้เสียชีวิตจะหยิบอาวุธมาทำร้าย จึงชักอาวุธปืนยิงสวนไปประมาณ 5 นัด แล้วหลบหนีไปทันที

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับคดียาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนี้จะต้องสอบสวนขยายผลอย่างละเอียดอีกครั้งว่า จริง ๆ แล้วสาเหตุมาจากเรื่องการยืมเงิน หรือจากปมเหตุอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด

สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาในขณะนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพรมงคล ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาเพียงข้อหาเดียว เนื่องจากยังต้องค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุให้พบ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปทิ้งไว้ที่แห่งหนึ่ง ตำรวจอยู่ระหว่างการค้นหา เพื่อนำมาตรวจสอบว่าเป็นอาวุธปืนถูกกฎหมายหรือไม่