ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : จับอดีตเท้าแชร์ หลอกขายหน้ากากอนามัย

แม้มั่นใจดีแล้วว่าแม่ค้าคนนี้ดูน่าเชื่อถือ มีหน้ากากอนามัย 3 ชั้น แบบที่ต้องการไปใช้งาน จึงหลงกลสั่งซื้อไป 30,000 ชิ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทีแรกแม่ค้าขอให้โอนเงินมัดจำก่อนครึ่งหนึ่ง แต่เพราะเป็นเงินจำนวนมากเลยต่อรองขอจ่าย 20% แม่ค้าก็ไม่ว่าอะไร ติดต่อนัดส่งสินค้ากันดิบดี พอถึงวันนัดให้ไปรับของก็หายตัวเข้ากลีบเมฆไปดื้อๆ ผ่านไป 3-4 วัน แฟนหนุ่มผู้เสียหายที่ติดต่อกะว่าจะไปทวงถามสินค้า จู่ๆ ก็ได้รับข้อความชักชวนไปหลับนอนแทน ผู้เสียหายจึงซ้อนแผนให้ตำรวจไปจับกุม แต่ผู้ต้องหาเกิดไหวตัวทันหลบหนีไปได้อีก

สุดท้ายผู้ต้องหารายนี้ก็หนีไม่รอด ไปโดนจับกุมได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี แต่จากการตรวจค้นก็ไม่พบว่ามีหน้ากากอนามัยจำนวนมาก เหมือนที่อ้างกับผู้เสียหายว่ามีสินค้าพร้อมจำหน่าย ซึ่งตำรวจก็ได้ยึดหลักฐานอื่นๆ กลับไปตรวจสอบ โดยพบว่าผู้ต้องหา ก็คือ นายพายุทัศ พองภู่ สาวประเภทสอง ที่มีประวัติถูกจับกุมในคดีหลอกให้ผู้เสียหายหลายรายลงทุนเล่นแชร์ออนไลน์ แล้วเชิดเงินหลบหนี รวมความเสียหายกว่า 1,000,000 บาท ในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน ส่วนในคดีฉ้อโกงหน้ากากอนามัยนี้ ก็มีผู้เสียหายรวมแล้วถึง 20 คน รวมความเสียหายกว่า 500,000-600,000 บาท พฤติการณ์ก่อเหตุก็ไม่ธรรมดา เริ่มจากการเปิดเพจเฟซบุ๊กให้กู้ยืมเงิน และเปิดเพจรับจัดหางาน เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายกลุ่มหนึ่ง ไปเปิดบัญชีธนาคาร หรือทำบัญชีออนไลน์ จากนั้นก็เปิดเพจเฟซบุ๊กอีกอย่างน้อย 3 เพจ หลอกโพสต์ขายหน้ากากอนามัย ในราคากล่องละ 450 บาท ทำไปได้แค่ 2 เดือน ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชี 2,000,000-3,000,000 บาท

ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก เพราะผู้ต้องหายังเคยหลอกขายเครื่องวัดอุณหภูมิแล้วไม่ส่งสินค้าด้วย จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้เสียหายที่เคยสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับของ ให้ไปตรวจสอบกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจะเร่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อีกคดีที่เคยเป็นข่าวโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้กับการโพสต์ว่ามีหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น พร้อมส่งขายของ "เสี่ยบอย" ตำรวจแง้มข่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ปล่อยผ่าน และภายในสัปดาห์นี้ พร้อมแถลงเปิดโปงขบวนการนี้อีกด้วย ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร