ประเด็นเด็ด 7 สี

คุมตัวทำแผนฯ โจรบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคารกลางห้างราชบุรี [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจคุมตัวคนร้ายบุกชิงเงินธนาคารในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองราชบุรี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างวันเกิดเหตุเห็นลูกค้าในธนาคารน้อย จึงเดินไปซื้อปืนปลอมในห้างมาก่อเหตุ เพื่อหาเงินใช้หนี้ ติดตามได้จากรายงานของ คุณกรองทอง จันทะบุรม

กล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่ง สวมแจ๊กเก็ตแขนยาว สวมหมวกแก๊ป และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ยืนซื้อของบางอย่างอยู่ในห้าง จากนั้นเขาเดินเข้าไปในธนาคาร ผ่านไปไม่นาน ชายคนเดิมก็ถือถุงพลาสติกเดินออกมา และรีบวิ่งออกจากห้างไปทันที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วง 14.00 น. ของวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา

ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า ชายในคลิปคือคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุจี้ชิงเงิน ก่อนก่อเหตุเขาเดินเข้ามาดูลาดเลาในธนาคารก่อน 1 รอบ ทำทีกดบัตรคิวเหมือนกับลูกค้าทั่วไป แต่จู่ ๆ คนร้ายก็เดินออกจากธนาคาร หายไปสักพักแล้วกลับเข้ามาใหม่ คนร้ายเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ เปิดชายเสื้อให้เห็นปืน แล้วข่มขู่ให้พนักงานหยิบเงินใส่ถุงผ้าสีขาวที่เตรียมมาให้ ด้วยความกลัวจึงหยิบเงินให้ไป 667,420 บาท เมื่อได้เงินคนร้ายก็รีบเดินออกจากธนาคารไปทันที

ตำรวจลงพื้นที่สืบสวน พบว่าคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทาง เส้นคลองชลประทานบ้านโพธิ์ ตำบลคูบัว อำเภอเมือง และมุ่งหน้าออกไปทางสี่แยกห้วยชินสีห์ ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เนื่องจากรู้เส้นทางการหลบหนีเป็นอย่างดี

ตำรวจลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนล่าสุดสามารถตามรวบตัวนายเนตร กฤตเมธาวี อายุ 51 ปี เอาไว้ได้ พร้อมของกลางเป็นเงินสดกว่า 400,000 บาท, เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ, หมวกกันน็อก, รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ ตำรวจคุมตัวเขามาสอบปากคำเข้มที่สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

นายเนตรอ้างว่า วันเกิดเหตุเขาเดินเข้าไปในห้าง เห็นธนาคารเปิดอยู่ และไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้บริการ จึงตัดสินใจเดินไปซื้อปืนบีบีกันในห้าง แล้วกลับมาก่อเหตุ เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้

หลังก่อเหตุเขาขี่รถจักรยานยนต์ กลับไปบ้านแม่ในตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง และนำเงินที่ชิงมาได้ไปใช้หนี้ เหลือ 400,000 บาท จึงนำไปซ่อนไว้ในรถยนต์ แต่สุดท้ายก็มาถูกตำรวจตามจับตัวได้

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ปืน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย