ประเด็นเด็ด 7 สี

กทม.ยกระดับคุมโควิด-19 สั่งปิดร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า รถเข็น เที่ยงคืน - ตี 5 ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ประเด็นเด็ด 7 สี - กรุงเทพมหานคร ปรับเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขั้นสูงสุด สั่งปิดร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า รถเข็น แผงลอย 00.00-05.00 น. เริ่มเที่ยงคืนที่จะถึงนี้ ใครฝ่าฝืนจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท แหล่งขายอาหารโต้รุ่งมีการปรับตัวอย่างไรบ้างไปติดตามจากคุณญาณิชสา ศิริมูลกุล รายงานสดจากถนนเยาวราช    

หลังจากที่จำนวนผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น เป็นหลักร้อยต่อวัน ติดต่อกันมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อล่าสุดวันนี้อยู่ที่ 1,771 คน มีผู้ป่วยกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมากถึง 850 คน ทำให้วันนี้กรุงเทพมหานครปรับเพิ่มมาตรการขั้นสูงสุด ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ล่าสุดมีคำสั่งปิดร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า รถเข็น แผงลอย ตั้งแต่ 00.00-05.00 น. เริ่มเที่ยงคืนวันนี้เป็นวันแรก

และขณะนี้ดิฉันได้ลงพื้น มาที่ถนนเยาวราช ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งขายอาหารช่วงค่ำคืน ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ซึ่งปกติแล้วยิ่งดึกจะยิ่งคึกคัก แต่บรรยากาศสด ๆ ที่คุณผู้ชมเห็นอยู่ขณะนี้ค่อนข้างเงียบเหงา โดยเฉพาะการจราจรบนถนนเยาวราชแห่งนี้ ซึ่งปกติแล้วค่อนข้าวจะติดขัด แต่ว่าวันนี้รถค่อนข้างจะเบาบางเป็นอย่างมาก ขณะที่บรรดาร้านค้าต่าง ๆ เตรียมเก็บข้าวของเพื่ิอปิดร้าน เพื่อที่จะทำตามประกาศของกรุงเทพมหานคร

พ่อค้าแม่ค้า บอกว่า ปกติจะเปิดร้านขายอาหาร 16.00 น. ไปจนถึงช่วง 02.00-03.00 น. แต่วันนี้เตรียมจะปิดร้านเที่ยงคืนตามประกาศของกรุงเทพมหานคร

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่าน ได้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เรื่องเวลาเปิดปิดร้านแล้ว ซึ่งทางร้านก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะได้ปรับตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากจำนวนลูกค้าลดลง ตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายังบอกอีกว่า หากภาครัฐจะมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้ เช่น สั่งให้ปิดร้านชั่วคราวตลอด 24 ชั่วโมง ก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อหวังให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว

ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ก็ได้ติดประกาศประชาสัมพันธ์ลูกค้าที่มาใช้บริการว่าจะปิดร้านตั้งแต่ 00.00-05.00 น. โดยลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ตื่นตระหนก หรือกักตุนของแต่อย่างใด สำหรับร้านค้าที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งประกาศนี้ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งขณะนี้ใกล้ช่วงเวลาที่ร้านค้าต่าง ๆ จะต้องปิดให้บริการแล้ว บรรยากาศในขณะนี้บรรดาร้านค้าเริ่มที่จะเก็บข้าวของ และปิดร้านตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งทั้งพ่อค้าแม่ค้าหวังว่าจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหานี้ และจะช่วยให้สถานการณ์นี้ดีขึ้นโดยเร็ว