สนามข่าว 7 สี

แม่เหยื่อแค้น จี้ดำเนินคดีชายอายุ 49 ปี ฝังศพภรรยาในสุสาน นานกว่า 5 ปี

ความคืบหน้าเหตุสามีนำศพภรรยาไปฝังดินที่จังหวัดชลบุรี แล้วพาลูกเลี้ยงไปเร่ขายของในเมืองพัทยา แม่ของผู้เสียชีวิตขอตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด

หญิงอายุ 63 ปี แม่ของหญิงอายุ 23 ปี ที่ถูกสามีอายุ 49 ปี ทำร้ายและนำศพไปฝังดินบริเวณสุสานสว่างผล ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ลูกสาวเลิกรากับอดีตสามี และมาคบหากับผู้ต้องหา เธอสังเกตว่าลูกสาวมักจะถูกทำร้ายอยู่เป็นประจำ บางครั้งหนีมาอยู่ที่บ้านของตนเอง ผู้ต้องหายังตามมาข่มขู่ และลงมือทำร้ายโดยไม่เกรงกลัวใคร

หลังจากนั้นลูกสาวก็ขาดการติดต่อ และไม่เคยมาหานานกว่า 5 ปีแล้ว เธอพยายามสอบถามผู้ต้องหา อ้างว่าไม่รู้ ไม่เห็น จึงไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน เคยฝันว่าลูกมาหา และเรียกหาแม่ แล้วก็หายไปหลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าลูกจะเสียชีวิตแล้ว แม่ของผู้เสียชีวิตยอมรับว่าโกรธแค้นผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุฆ่าลูกของเธออย่างโหดเหี้ยม จึงขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด

ขณะที่ชาวบ้านบริเวณสุสานสว่างผล จุดที่ผู้ต้องหานำศพฝัง เล่าว่า เดิมทีบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกทึบ ซึ่งติดกับบ่อน้ำ แต่เมื่อช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้สภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา เคยเห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งทะเลาะกันข้างสระน้ำ แต่ไม่ทราบรายละเอียดและจำไม่ได้ว่าเป็นใคร

เบื้องต้นผลชันสูตรชิ้นส่วนกระดูกที่ขุดพบ ยังไม่มีผลดีเอ็นเอมายืนยันว่าเป็นของหญิงอายุ 23 ปี จริงหรือไม่ ทำให้ตำรวจยังไม่สามารถดำเนินคดีกับชายอายุ 49 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นได้ จึงแจ้งข้อหาค้ามนุษย์ จากการบังคับลูกเลี้ยงอายุ 9 ขวบไปเร่ขายของเพียงข้อหาเดียวไปก่อน โดยเช้าวันนี้ (2 เม.ย.) จะนำตัวไปฝากขัง