รอบรั้วรอบโลก

ยอดเสียชีวิตโควิด-19 ในยุโรป พุ่งเกิน 4 หมื่นคน

สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงาน ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยที่ทวีปยุโรป พบผู้เสียชีวิตมากกว่า 40,000 คนแล้ว คิดเป็น 3 ใน 4 ส่วนของยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก โดยส่วนใหญ่มาจาก 3 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส

โดยที่อิตาลีล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 766 คน ส่งผลให้ยอดขณะนี้อยู่ที่ 14,681 คน ขณะที่สเปนพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 587 คน ยอดรวมอยู่ที่ 10,935 คน ด้านฝรั่งเศสพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1,120 คน ซึ่งนับเป็นยอดผู้เสียชีวิตที่มากที่สุดในวันเดียว ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6,507 คน

ขณะเดียวกัน "กูเกิล" เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอันดับหนึ่งของโลก ออกมาเผยแพร่รายงาน ข้อมูลตำแหน่งของประชาชนใน 131 ประเทศทั่วโลก ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่หลายประเทศ เริ่มประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งจากโทรศัพท์ของผู้ใช้นับพันล้านคน ซึ่งตามรายงาน ที่อ้างอิงจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร พบว่า ประชาชนไปร้านค้าลดลง 85 เปอร์เซ็นต์, ไปสวนสาธารณะลดลง 52 เปอร์เซ็นต์ และไปทำงานลดลง 55 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ สหราชอาณาจักร มีรายงานพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 38,168 คน และเสียชีวิตแล้ว 3,605 คน

ขณะที่สถานการณ์ในสหรัฐฯ ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 20,429 คน ส่งผลให้ยอดรวมในขณะนี้อยู่ที่ 266,259 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 704 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดในขณะนี้อยู่ที่ 6,803 คน ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว ทางรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกแถลงปรับเปลี่ยนแนวทางปฎิบัติเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย โดยแนะนำให้ชาวอเมริกันทุกคน ต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากเดิมที่ถ้าไม่ป่วยไม่มีอาการไม่ต้องสวม เป็นสวมใส่ทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน พร้อมกันนี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า คำแนะนำในการป้องกัน ที่ดีที่สุด ยังคงเป็นการกักตัวอยู่แต่ในบ้าน, เว้นระยะห่างทางสังคม และ ล้างมือให้สะอาด พร้อมย้ำชัดว่า การสวมใส่หน้ากากอนามัย เป็นการลดความเสี่ยงในการติดและแพร่เชื้อเท่านั้น ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่า การสวมหน้ากากอนามัย จะทำให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน 204 ประเทศทั่วโลก ล่าสุดอยู่ที่ 1,081,277 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 58,136 คน และได้รับการรักษาหายป่วยแล้ว 227,656 คน