สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ไฟป่าภาคเหนือยังวิกฤต

ที่จังหวัดเชียงราย แม้จะมีการประกาศห้ามเผา ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ จนถึง 21 เมษายน แต่ปรากฏว่า ยังมีการลักลอบเผาในหลายอำเภอ ทำให้เกิดวิกฤตหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ในระดับสีแดง ต่อเนื่องกันมายาวนานนับเดือน

เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบเผาป่า ได้ 3 คน โดยรายแรก เป็นชายอายุ 33 ปี ที่จุดไฟเผาป่าในเขตรอยต่ออุทยานแห่งชาติแม่ปืม กับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ต้องหารายนี้ ยังใช้อาวุธปืนและมีดไล่ยิงและฟันเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายก็ถูกจับกุมได้พร้อมอาวุธของกลาง และยาบ้าอีก 1 เม็ดด้วย

ส่วนอีก 2 ราย เป็นผู้ต้องหาชายอายุ 39 ปี ที่จุดไฟหญ้า แต่เกิดลุกลามทำความเสียหายต้นยางพารากว่า 200 ต้น พื้นที่อำเภอเวียงชัย และชายอายุ 29 ปี ที่ไปจุดไฟเผาป่า ในอำเภอแม่สรวย โดยจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะดำเนินมาตรการเชิงรุกให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมการเกิดไฟป่าให้เป็นศูนย์ภายในสัปดาห์นี้ ตามคำสั่งของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 เม.ย.) เกิดไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ใกล้กับ หมู่ 13 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ผู้นำชุมชนนำชาวบ้านกว่า 100 คน ไปช่วยกันสกัดไฟป่าไม่ลามเข้าในหมู่บ้าน แต่ขณะกำลังช่วยกันดับไฟ เกิดลมพัดตีกลับ ทำให้เปลวไฟพุ่งเข้าหากลุ่มชาวบ้าน จนต้องวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหล ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงควบคุมไฟไว้ได้ แต่กลับเกิดเหตุสลด เมื่อไฟคลอกชาวบ้านจิตอาสาที่ไปช่วยดับไฟป่า เสียชีวิต 1 คนคือ นายเงิน นาหยิ อายุ 64 ปี ขณะนี้ ทางอำเภอได้เสนอเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อพิจารณาเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว

ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมด่วน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 อำเภอ ที่เกิดจุดความร้อนมากที่สุด ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อมก๋อย แม่แตง เชียงดาว และจอมทอง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการขอความร่วมมือกับชาวบ้าน ควบคู่กับการใช้มาตรการทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเร่งรัดให้ทุกอำเภอ แจ้งความดำเนินคดี กับผู้กระทำผิดลักลอบเผาป่าโดยเร็ว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ หากพบผู้ที่เข้าป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จับกุมตัวได้ทันที

ขณะที่จุดความร้อน หรือฮอตสปอต ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) พุ่งสูงถึง 571 จุด และได้เกิดเหตุสลดขึ้นอีก เมื่อมีรายงานว่า มีชาวบ้านที่ช่วยไปดับไฟป่า ในพื้นที่บ้านบนนา ตำบลบ้านแปะ สูญหาย ไป 1 คน กระทั่งไปพบศพ นางต๊ะนี กิจเจริญพัฒน์ อายุ 41 ปี ในสภาพถูกไฟคลอกทั่วร่างกาย นับเป็นชาวบ้านรายที่ 2 ที่ต้องเสียชีวิตในภารกิจดับไฟป่า

สื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ข้อความวิงวอนขอความช่วยเหลือให้กับครอบครัวของนางต๊ะนี ผู้เสียชีวิต เนื่องจากครอบครัวยังต้อง ส่งเสียลูกชายที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ แต่กลับต้องมาเสียเสาหลักของครอบครัวไป

ส่วนไฟป่าในพื้นที่เขาแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่ากว่า 300 คน รวมทั้งชาวบ้านจิตอาสา ระดมกำลังเดินเท้าเข้าไปดับไฟป่าและทำแนวกันไฟ ควบคู่กับการใช้เฮลิคอปเตอร์ จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตักน้ำเที่ยวละ 400-500 ลิตร เพื่อช่วยภารกิจดับไฟป่า รวม 12 เที่ยวบิน ทำให้เมื่อช่วง 16.00 น. วานนี้ (3 เม.ย.) สามารถควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้านเขาชนกันได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัด และแห้งแล้ง อาจทำให้ไฟปะทุขึ้นมาได้อีก