สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ไม่รอด!! จนท.บุกทลายแหล่งกักตุนแอลกอฮอล์ 3,000 ลิตร อ้างไม่รู้ผิดกฎหมาย-สั่งซื้อจากจีน

เมื่อคืนที่ผ่านมา พันตำรวจเอกเมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นำกำลังไปตรวจค้นภายในบ้านหลังหนึ่ง ในตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่าเป็นแหล่งกักตุนแอลกอฮอล์ จากการตรวจสอบ พบพนักงานกำลังบรรจุแอลกอฮอล์ชนิดสเปรย์ลงในขวด และพบว่ามีปริมาณมากถึง 3,000 ลิตร พนักงาน ให้การเพียงถูกว่าจ้างมาบรรจุขวด เพื่อเตรียมส่งขายเท่านั้น โดยได้ค่าจ้างวันละ 350 บาท ทำงานมา 3 วันแล้ว และปฏิเสธไม่รู้เห็นเรื่องอื่นๆ

ขณะที่ชายอายุ 41 ปี รับว่าเป็นเจ้าของสถานที่ และทำหน้าที่ขับรถบรรทุกมาส่งแอลกอฮอล์ตามที่สั่ง ส่วนกรณีถูกกล่าวหาว่า กักตุนนั้น อ้างไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย เพียงแต่ทำหน้าที่ส่งสินค้าเท่านั้น

หลังจากนั้น ตำรวจได้ประสานไปยัง นายสุคนธ์ สุวรรณศักดิ์สิน นายอำเภอเมืองชลบุรี ให้เข้าตรวจค้นที่บ้านพักหลังหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บนถนนแสนสุข ตำบลเหมือง ที่ห่างจากจุดที่ยึดแอลกอฮอล์ 3,000 ลิตร ไปประมาณ 3 กิโลเมตร หลังทราบว่าเป็นแหล่งผลิตแอลกอฮอล์เจล เพื่อขายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

จากการตรวจค้น พบเครื่องผสมเจลกับแอลกอฮอล์จำนวน 2 เครื่อง และมีพนักงานจำนวนหนึ่งกำลังบรรจุแอลกอฮอล์เจลใส่ขวด และถุง เพื่อเตรียมส่งลูกค้า โดยเฉพาะถุงที่บรรจุนั้นพบว่าเป็นชนิดเดียวกันกับที่ตำรวจภูธรภาค 2 จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่า มีการผลิต และบรรจุเครื่องสำอางอีกด้วย แต่จากการตรวจสอบ พบว่า แจ้งจดทะเบียนสินค้าไว้ที่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร แต่กลับมาผลิตในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไว้ และจะสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ยังอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมตัว นายเหอ ชุนหยู อายุ 38 ปี สัญชาติจีน พร้อมหน้ากากอนามัย 62,400 อัน หลังสืบทราบว่า นายเหอ กักตุนหน้ากากอนามัยไว้เป็นจำนวนมาก โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านชายหาดจอมเทียน อำเภอบางละมุง

จากการสอบสวน นายเหอ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กักตุน เพียงสั่งซื้อมาจากประเทศจีน เพื่อนำมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

เบื้องต้น แจ้งดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหากักตุนสินค้าควบคุม