รอบรั้วรอบโลก

WHO กลับลำแนะสวมหน้ากากอนามัย

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยว่า พวกเขาสนับสนุนรัฐบาลของแต่ละประเทศที่แนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ท่าทีดังกล่าวขององค์การอนามัยโลก นับเป็นการเปลี่ยนจุดยืนครั้งสำคัญของทางองค์การ เนื่องจากก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกเคยประกาศว่า ผู้ที่ไม่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่หลังจากที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทำการวิจัยหลายครั้งและพบว่า การสวมหน้ากากช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ และรัฐบาลในกลุ่มประเทศยุโรปหลายประเทศออกกฏให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย ทำให้องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนท่าทีในที่สุด

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก ระบุด้วยว่า หน้ากากอนามัยสำหรับการผ่าตัด ควรให้บุคลากรทางการแพยท์ได้ใช้ ขณะที่บุคคลทั่วไปควรใช้หน้ากากที่ทำจากผ้า หรือหน้ากากที่ทำขึ้นเอง เพื่อใช้ปกปิดใบหน้าในที่สาธารณะ

โดยนอกจากการสวมหน้ากากอนามัยแล้ว องค์การอนามัยโลกได้ใช้กลยุทธรวมในการรับมือการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วยการแนะนำให้ประชาชนล้างมือ, รักษาระยะห่างทางสังคม, เข้าตรวจร่างกายเพื่อหาเชื้อโควิด-19 และกักกันตัวทันทีที่พบว่า ติดเชื้อ

ด้านนายแอนดรูว์ คูโอโม่ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ยอมรับว่า รัฐนิวยอร์กยังคงไม่พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในระดับพีคที่สุด ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 7 วันข้างหน้า เนื่องจากรัฐนิวยอร์กยังขาดแคลนที่พักในโรงพยาบาล และอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์อีกเป็นจำนวนมากในเวลานี้

โดยสถานการณ์ล่าสุด รัฐนิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถึง 113,704 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3,565 คน

ขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศสหรัฐฯ สูงถึงกว่า 293,000 คน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 7,800 คน

นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ได้ประกาศขยายภาวะฉุกเฉิน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 11 เมษายนนี้ ออกไปอีก 15 วัน จนถึงวันที่ 26 เมษายน เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

โดยการประกาศภาวะฉุกเฉิน ทำให้รัฐบาลสเปน ใช้มาตรการสั่งปิดร้านค้าธุรกิจที่ไม่จำเป็น, โรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมทั้งให้ชาวสเปน กักตัวเองภายในที่พักอาศัย ยกเว้นมีเหตุจำเป็นเท่านั้น

ทั้งนี้ ล่าสุด สเปนมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทั้งสิ้น 11,744 คน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอิตาลี และมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 124,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสหรัฐฯ

ที่ประเทศอิตาลี เจ้าหน้าที่การแพทย์ กว่า 11,000 คนติดเชื้อโควิด-19 หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในอิตาลี โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์เสียชีวิตแล้ว 73 คน

ส่วนยอดรวมผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศอิตาลี อยู่ที่ 144, 632 คน และมีผู้เสียชีวิต 15,362 คน

ที่ประเทศอังกฤษ มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 708 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดนับตั้งแต่เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดที่อังกฤษ ทำให้ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในอังกฤษ แล้ว 4,313 คน และมีผู้ติดเชื้อแล้ว 41,903 คน

ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขของอังกฤษ ยอมรับว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า และเรียกร้องให้ประชาชนอังกฤษยังคงกักกันตัวเอง และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่สาธารณะต่อไป

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก ตอนนี้ อยู่ที่ 1,162,830 คน, มีผู้เสียชีวิตแล้ว 62,489 คน และได้รับการรักษาหายป่วยแล้วกว่า 241,000 คน