ข่าวสังคม

สภากาชาดไทยขอเชิญผู้หายป่วยโควิด-19 บริจาคพลาสมาเพื่อช่วยชีวิตคนอื่นต่อ

พลาสมาของผู้ที่หายจากโรค COVID-19 จะมีประโยชน์อย่างมากในการใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วยเปรียบเสมือนเป็นเซรุ่มใช้รักษาโรคได้ ดังนั้น มาตรการในการรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 อีกทางหนึ่ง ที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การใช้พลาสมาของผู้ป่วยที่หายแล้ว รักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โดยภูมิต้านทานต่อไวรัส COVID-19 ที่ร่างกายสร้างขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นสูงหลังสัปดาห์ที่ 2 ถึงสัปดาห์ที่ 4 จะช่วยยับยั้งไวรัส COVID-19 ไม่ให้เข้าไปทำลายเซลล์ปอดจนทำให้ปอดอักเสบรุนแรง และแพร่กระจายสร้างความเสียหายไปทั่วร่างกาย ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตได้เพิ่มขึ้น

หากมีผู้ที่บริจาคพลาสมาพิเศษนี้จำนวนเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้ผู้ป่วยในประเทศได้มีโอกาสการรักษาและรอดชีวิตจากโรค COVID-19 เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ด้านผศ.นพ.พจน์ อินทลาภาพร อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ รพ.ราชวิถี บอกว่า เพราะ "น้ำเหลืองหรือพลาสมา" จะไปทำหน้าที่ "บล็อกหรือหยุดเชื้อโคโรนาไวรัสที่ลุกลามในปอด" ลองเปรียบเทียบง่ายๆ ให้รังผึ้งเป็นเสมือนปอดของคน และในรังผึ้งมีรูหลายรู ซึ่งมีผึ้งเสมือเป็นไวรัส คอยบินไปเกาะรู น้ำเหลืองตัวนี้ก็ทำหน้าที่ไปอุดรูพอไม่มีรูผึ้งก็ไม่ไปเกาะ ส่วนที่น้ำเหลืองไปหยุดการลุกลามได้ เพราะ ในน้ำเหลืองมีภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาต่อสู้กับโควิด-19 อยู่ 2 ชนิด คือ igM กับ igG ซึ่งในคนป่วยที่รักษาหายแล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันนี้อยู่

อันดับแรก แพทย์จะนำไปใช้กับผู้ป่วย "อาการหนัก" ก่อนเพราะกลุ่มนี้มีโรคประจำตัวมาเป็นพื้นฐาน และร่างกายไม่แข็งแรงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันสองชนิดนี้ได้

ส่วนการบริจาคแพทย์จะเจาะเอาเลือดคนที่หายป่วยโควิด-19 แล้ว ไปสกัดให้เหลือเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำเหลือง จากนั้นจะสกัดเอาภูมิคุ้มกันตัวอื่นออกให้เหลือสองชนิดที่ว่าแล้วนำไปรักษาผู้ป่วย

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 0 2263 9600-99