เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ยอดผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 102 คน พบส่วนใหญอยู่ที่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุทรปราการ

ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น 102 คน แบ่งเป็นกลุ่มแรก 48 คน เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยเก่า และสถานที่ที่มีการแพร่เชื้อ สถานบันเทิง 2 คน พิธีกรรมทางศาสนา 2 คน ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 44  คน ส่วนใหญ่อยู่ที่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต และสมุทรปราการ

กลุ่มที่ 2 42 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ แบ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 14 คน เป็น ชาวต่างชาติ 1 คน และคนไทย 13 คน ส่วนใหญ่กลับมาจากประเทศอังกฤษ เป็นนักเรียนและผู้ที่ทำงานร้านอาหาร

ผู้สัมผัสผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 2 คน และมีกลุ่มใหม่ คือ ผู้ที่ติดเชื้อจากการไปในสถานที่ชุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด และสถานที่ท่องเที่ยวอีก 5 คน กลุ่มอาชีพเสี่ยงที่ทำงานใกล้ชิดในสถานที่แออัด หรือสัมผัสกับชาวต่างชาติ 19 คน ส่วนใหญ่อยู่ จ.ภูเก็ต มีอาชีพเป็นพนักงานนวด มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้ออีก 2 คน

กลุ่มที่ 3 12 คน มีผลทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าพบเชื้อ แต่ต้องรอสอบสวนที่มาการติดเชื้อเพิ่มเติม มีผู้เสียชีวิต 3 คน คนแรกเป็นชายไทยอายุ 46 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางกลับมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 มีนาคม  มีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส มีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก กระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 3 เมษายน

คนที่ 2 ชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 82 ปี มีโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง กิจกรรมช่วง 2 สัปดาห์ ก่อนเสียชีวิต ประมาณวันที่ 23 มีนาคม เป็นต้นมา ไปร่วมงานเลี้ยงในหมู่บ้าน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และไปร่วมงานเลี้ยงในบาร์ ร้านอาหาร ย่านสุขุมวิท 31 มีนาคม เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แรกรับมีไข้สูง 39.2 องศาเซลเซียส มีอาการความดันโลหิตสูง หายใจเหนื่อยหอบ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี และเสียชีวิตในวันที่ 2 เมษายน

และคนที่ 3 เป็นชายไทย อายุ 30 ปี อาชีพ ก่อสร้าง มีประวัติดื่มสุราเป็นประจำ วันที่ 19 มีนาคม เดินทางจาก จ.พัทลุง ไปถึง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม และไปทำงานก่อสร้างที่ อ.ปราสาท เริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ด้วยอาการไอ อาเจียนเป็นเลือด แต่ไม่มีไข้   วันที่ 2 เมษายน อาการหนักขึ้น กู้ชีพได้นำตัวส่งโรงพยาบาลปราสาท กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันวานนี้ (4 เม.ย.)

โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เน้นย้ำผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ขอความร่วมมือให้เข้าสู่กระบวนการกักตัว อีก 14 วัน  เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิด เพราะจากสถิติที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มคนที่กลับจากต่างประเทศ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดการกระจายของเชื้อไปทั่วประเทศ แม้จะมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองโรคจากต่างประเทศมาแล้วก็ตาม

ขณะที่สถิติผู้ติดเชื้อ พบเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเพศชายมีอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตที่ร้อยละ 1.6 เพศหญิง ร้อยละ 0.2 กลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อมากที่สุดอายุระหว่าง 20-29 ปี แต่กลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิตมากที่สุด อายุระหว่าง 50-59 ปี รองมา 70-79 ปี โดยผู้ติดเชื้อกว่าครึ่ง มีโรคเบาหวานร่วมด้วย รองมาเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคไตเรื้อรัง ขณะที่กรุงเทพมหานครยังพบผู้ติดเชื้อกระจุกตัวสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ตัวเลขล่าสุด 1,011 คน