รอบรั้วรอบโลก

ยอดผู้เสียชีวิตโควิด-19 ทั่วโลก ทะลุ 7 หมื่นคน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกยังคงวิกฤต โดยจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อทะลุ 1.3 ล้านคนแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด มากกว่า 73,000 คน

โดยที่ทวีปยุโรป พบผู้เสียชีวิตมากกว่า 50,000 คน โดยมาจาก 3 ประเทศหลัก ได้แก่ อิตาลี, สเปน และฝรั่งเศส โดยที่ฝรั่งเศส มีรายงานพบผู้เสียชีวิตภายในวันเดียวเพิ่มขึ้นอีก 833 คน ซึ่งเป็นยอดผู้เสียชีวิตสูงที่สุดภายในประเทศ นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตของฝรั่งเศสในขณะนี้อยู่ที่ 8,911 คน ขณะที่สหรัฐฯ ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 10,000 คนแล้ว โดยเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในรัฐนิวยอร์ก กว่า 4,700 คน

ด้านเจ้าหน้าที่ประจำสวนสัตว์บร็องซ์ ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พบเสือโคร่งมาลายูชื่อ "นาเดีย" เพศเมีย อายุ 4 ปี ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีอาการไอแห้ง ซึ่งคาดว่าติดเชื้อจากผู้ดูแลสวนสัตว์ และคาดว่าเป็นสัตว์ตัวแรกในสหรัฐฯที่ติดเชื้อ และเป็นเสือตัวแรกของโลกที่ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากเคยพบกรณีสุนัขและแมวติดเชื้อจากเจ้านาย พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่พบเสือตัวอื่น ได้แก่ เสือมลายันเพศเมีย น้องของนาเดีย, เสือดาวอามูร์อีก 2 ตัว และลูกสิงโตแอฟริกันอีก 3 ตัว เริ่มมีอาการไอแห้งเช่นกัน

ขณะเดียวกัน นายแอนดรูว์ คูโอโม่ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกแถลงการณ์ขยายเวลาล็อกดาวน์ออกไป จนถึงวันที่ 29 เมษายนนี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมระบุว่า อัตราการเสียชีวิตในรัฐนิวยอร์ก เริ่มอยู่ในระดับทรงตัวแล้ว

ด้านสำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจฟิลิปปินส์ ยิงชายอายุ 63 ปี ที่อยู่ในอาการมึนเมาเสียชีวิต บริเวณจุดตรวจเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดฮีลากัง อากูซัน ทางตอนใต้ของประเทศ หลังผู้เสียชีวิตเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่เตือนเรื่องการไม่ใส่หน้ากากอนามัย จึงด่าทอและเข้าทำร้ายร่างกาย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นกรณีแรกที่เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ยิงประชาชน จากการละเมิดคำสั่งมาตรการยับยั้งโควิด-19 หลังประธานาธิบดี "โรดริโก้ ดูเตอร์เต้" ประกาศให้เจ้าหน้าที่สามารถยิงใครก็ตามที่ฝ่าฝืนคำสั่งและสร้างปัญหาให้สังคม เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา