7HD ร้อนออนไลน์

โคราชไข้เลือดออกระบาดซ้ำ

นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “ในขณะที่เราเฝ้าลุ้นโควิด-19 ใจจะขาด บัดนี้ "ไข้เลือดออก" ได้เข้ามากระจายในโคราชเรียบร้อยแล้ว...ช้ำหนักเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะงานสอบสวนโรคในพื้นที่ ที่ไม่รู้จะแยกร่างอย่างไร เตียงก็ต้องพร้อม Covid แต่ไข้เลือดออก ก็มาอีกซะงั้น

และจากรายงานฉบับที่ 506 วันที่ 31/3/63 ในพื้นที่นครราชสีมา ยอดรวมผู้ป่วยไข้เลือดออกอยู่ที่ 119 ราย (DF/DHF/DSS) คาดว่า สรุปยอด 7 วัน ข้างหน้า  น่าจะสูงกว่านี้  พาหะนำเชื้อโรคนี้คือยุงลาย  ยุงลายเมื่อกัดคนที่มีเชื้อ ก็จะพาเชื้อนั้นไปสู่คนถัดไปที่ยุงไปกัดได้ ในระหว่างที่เรากำลังสู้กับข้าศึกตรงหน้าซึ่งเป็นศัตรูตัวใหม่ แต่บัดนี้ศัตรูตัวเก่าของเรา มันคือไข้เลือดออกได้เจาะเข้าพื้นที่หลายพื้นที่แล้ว”

โดยจากข้อความดังกล่าว ได้สร้างกระแสทำให้หน่วยงานราชการที่ควบคุมโรค ออกมาทำงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือกออกกันอย่างเต็มที่ควบคู่กันไปโรคโควิด-19  รวมถึง ประชาชนก็ตื่นตัวเฝ้าระวังป้องกันตนเองและคนในครอบครัว ด้วยการช่วยกันกำจัดแหล่งน้ำแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายภายในบ้าน นอนกางมุ้ง ปิดประตูหน้าต่าง ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยในการกันยุง เป็นต้น

ซึ่งจากรายงานของกองโรคติดต่อนําโดยแมลง กรมควบคุมโรค ระบุว่า โรคติดต่อนำโดยยุงลาย มักพบการระบาดในพื้นที่ภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งร้อน  ซึ่งสถานการณ์ของโรคในปี 2562 ตั้งแต่ 1 มกราคม-19 พฤศจิกายน 2562 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากถึง 116,462 ราย และเสียชีวิต 125 ราย จากผลการตรวจหาชนิดเชื้อไวรัสเดงกีไข้เลือดออก ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกองโรคติดต่อนำโดยแมลง พบว่า ปี 2560-2562 เชื้อไวรัส DENV-1 และ DENV-2 เป็นชนิดเชื้อเด่นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง DENV-2 เป็นชนิดเชื้อไวรัสเดงกีที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงจนถึงเสียชีวิต  ดังนั้น ในปี 2563 จึงอาจเป็นอีกปีที่มีการระบาดต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูงเหมือนกับปี 2562 

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2563 ของกรมควบคุมโรค ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563 ระบุว่า ช่วง 3 เดือนแรก ไข้เลือดออกระบาดทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 7,134 คน และเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยเรียน อายุ 5-14 ปี โดยที่จังหวัดนครราชสีมาในปี 2563 พยากรณ์ว่า โรคไข้เลือดออกจะระบาดเกือบทั้งจังหวัด โดยมี 20 อำเภอจาก ทังหมด 32 อำเภอที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา  ครบุรี โชคชัย โนนไทย โนนสูง ขามสะแกแสง บัวใหญ่ ปักธงชัย พิมาย ห้วยแถลง ชุมพวง สูงเนิน ขามทะเลสอ หนองบุญมาก โนนแดง วังน้ำเขียว เทพารักษ์ ลำทะเมนชัย สีดา และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ นอกนั้นอีก 12 อำเภอเป็นพื้นที่เสี่ยงปานกลางและพื้นที่เสี่ยงต่ำ


อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคติดต่อนำโดยยุงลายอีกหนึ่งโรค ที่จะต้องเฝ้าระวังเช่นกัน คือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา(Chikungunya fever)  เพราะปี 2562 พบผู้ป่วยมากถึง 9,792 ราย ซึ่งสูงกว่าปี 2561 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง9 เท่า   และจากการรายงานในระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม –1 เมษายน 2563 พบผู้ป่วยสะสมรวม 728ราย ต่ำกว่าในปีที่ผ่านมา 4 เท่า อัตราป่วย คิดเป็น 1.10 ต่อประชากรแสนคน โดยเป็นเพศหญิง 462 ราย เพศชาย 266 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 1.7 ต่อ 1 พบได้ทุกกลุ่มอายุ  ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยในเขตเทศบาลร้อยละ 67 และนอกเขตเทศบาล ร้อยละ 33มีอาชีพรับจ้างร้อยละ 35 รองลงมาคือนักเรียน ร้อยละ 13% ,ทำงานบ้าน และเกษตรกร ร้อยละ 5   ซึ่งในพื้นที่ดูแลของเขตสุภาพที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ที่มีประชากร 2,642,815 คน พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 – 1 เมษายน 2563 มีผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยาแล้ว 4 ราย  ดังนั้น วอนประชาชน ช่วยกันกำจัดแหล่งน้ำขังในบ้าน ซึ่งหากบ้านไหนมีคนป่วยไข้เลือดออก หรือไข้ปวดข้อยุงลาย ขอให้รีบแจ้ง รพ.สต. หรือ อสม.ในพื้นที่เพื่อช่วยกันควบคุมโรค