เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เด็ดขาด!! ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งเคอร์ฟิว 24 ชม. ซอยบางลา หาดป่าตอง คุมโควิด-19

เจ้าหน้าที่ได้นำป้ายห้ามเข้า-ออก หาดป่าตอง 24 ชั่วโมง มาตั้งไว้กลางถนน หลังจากที่ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ออกคำสั่งเรื่องการปิดสถานที่เสี่ยงและกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ติดเชื้อกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ที่ทำงานหรือสัมผัสกับผู้ทำงานในสถานประกอบการในซอยบางลาทั้งสิ้น

จึงได้ประกาศห้ามประชาชนเข้า-ออก พื้นที่ซอยบางลา หาดป่าตอง เว้นแต่ยานพาหนะสำหรับการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือแพทย์ ยานพาหนะกู้ชีพ กู้ภัย รถพยาบาล รถฉุกเฉินทางการแพทย์ รถที่ใช้สำหรับภารกิจของทางราชการ รถขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์ โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ยกเว้นหรือผ่อนผัน ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังกล่าวถึงข้อสั่งการของปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการยกระดับปฏิบัติการ การจัดเตรียมพื้นที่รองรับการกักตัว โดยทางจังหวัดได้เตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์ต่างๆ และมีสถานที่กักตัวเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมเป็นอย่างดี อนุญาตให้ใช้เป็นที่พักสำหรับกลุ่มผู้ที่อยู่ในข่ายเฝ้าสังเกตอาการ รวมทั้งใช้เป็นสถานที่พักสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จากซอยบางลา ซึ่งจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

ส่วนการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น ทางจังหวัดภูเก็ตได้เน้นสื่อสารว่า โรคติดต่อจะไม่ติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการเพิ่มระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing รวมถึงการปิดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ การกำหนดโซนนิ่งพื้นที่เสี่ยง โดยใช้สีเป็นตัวกำหนดในการบริหารจัดการโรค เช่น ในซอยบางลา จะเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งเป็นโซนที่มีการควบคุมอย่างเข้มข้น ห้ามออกจากเคหสถานตลอด 24 ชั่วโมง โดยทางเทศบาลเมืองป่าตองจะนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปบริการให้ ส่วนโซนสีส้ม เช่น พื้นที่อำเภอกะทู้ กมลา ราไวย์ และ กะรน ได้ตั้งด่านตรวจคัดกรอง และกำหนดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าพื้นที่ ส่วนของท้องถิ่นอื่นๆ ที่เหลืออยู่ระหว่างการหารือว่าจะยกระดับเป็นโซนสีส้มทั้งจังหวัดหรือไม่ เบื้องต้นทุกพื้นที่ได้มีการตรวจคัดกรอง และรณรงค์ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยอยู่แล้ว

โดยเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มีคำสั่งขอให้ผู้ที่จะออกนอกเคหสถาน หรือบริเวณสถานที่พำนัก สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง และห้ามกระทำการใด ที่อาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และอาจมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยให้มีผลตั้งแต่วันนี้ (7 เม.ย.) เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง