สนามข่าว 7 สี

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งเกิน 1.5 ล้านคน WHO โต้สหรัฐฯ หลังโดนกล่าวหาปกปิดข้อมูล

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งเกือบ 1.5 ล้านคนแล้ว โดยสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อเกิน 400,000 คน ขณะที่ องค์การอนามัยโลก ออกมาโต้กลับ หลังผู้นำสหรัฐฯ ออกมากล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ออกมาโต้กลับผู้นำสหรัฐฯ ว่า องค์การอนามัยโลก กำลังจัดการกับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งให้ข้อมูลล่าสุดและหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคโควิด-19 และขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นเรื่องการเมือง นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก เรียกร้องให้สหรัฐฯ และจีน ร่วมมือกันต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมเตือนว่าจะมีถุงบรรจุศพอีกจำนวนมาก หากนานาชาติไม่ร่วมมือกัน

คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวหา องค์การอนามัยโลก ว่าปิดบังข้อมูลของโรคโควิด-19 จนเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก และยังแสดงท่าทีเข้าข้างจีนมากเกินไป อีกทั้งยังแนะนำข้อมูลที่ผิดพลาดแก่นานาประเทศ ในการป้องกันและรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก มีมากกว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งสหรัฐฯ ยังเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบ 430,000 คน รองลงมาคือ สเปน มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแซง อิตาลี เป็น 148,220 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกรวมกว่า 88,000 คนแล้ว ซึ่งอันดับ 1 เป็น อิตาลี มีผู้เสียชีวิต 17,669 คน ส่วน ฝรั่งเศส มีผู้เสียชีวิตเกิน 10,000 คน เป็นประเทศที่ 4 ของโลก ต่อจากอิตาลี สเปน และสหรัฐฯ

นายริชี ซูนัก รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอังกฤษ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการของ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ กำลังดีขึ้น และตอบสนองต่อการรักษาได้ดี นอกจากนี้ นายจอห์สัน สามารถลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้แล้ว แต่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในอังกฤษ ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 938 คน ในวันเดียว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7,097 คน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เริ่มคงที่

คณะกรรมาธิการยุโรป เรียกร้องให้ชาติสมาชิกขยายมาตรการปิดพรมแดนภายนอกสหภาพยุโรปออกไปอีก จนถึงอย่างน้อยวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากสหภาพยุโรปประสบความสำเร็จในการใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-9 ให้ช้าลง ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า การขยายมาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นที่จะลดความเสี่ยงการระบาดของโรคต่อไปอีก

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป เตือนว่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในบางประเทศ จะมีสัญญาณเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะลดมาตรการต่าง ๆ ในทางกลับกันควรเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นเป็น 2 หรือ 3 เท่า