สนามข่าว 7 สี

คลังโอนแล้ว! เงินเยียวยาโควิด 5 พันบาทรอบแรก เตรียมรับ SMS เพิ่มวันนี้อีก 6.4 แสนคน

กระทรวงการคลัง เริ่มโอนเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาท ให้กับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ลงทะเบียน "เราไม่ทิ้งกัน" เมื่อวานนี้วันแรก พร้อมระบุว่าในจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมดตอนนี้มีจำนวนกว่า 24 ล้านคน มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์ได้รับเงินแค่ 8 ล้านคนเท่านั้น

ก.คลัง แถลงมีผู้ได้เงิน เราไม่ทิ้งกัน 8 ล้านคน
มาตรการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาจากรัฐ คนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ระบบตรวจสอบคุณสมบัติมีผู้ผ่านเกณฑ์แล้ว 1,400,000 คน ซึ่งได้เริ่มจ่ายเงินล็อตแรกแล้วเมื่อวานนี้ จำนวน 200,000 คน ส่วนวันนี้ (9 เม.ย.) จะโอนเงินอีก 640,000 คน และวันพรุ่งนี้อีก 500,000 กว่าคน

ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินอย่าเพิ่งผิดหวัง รอ SMS แจ้งผลการอนุมัติเงินอีก 2 วัน หรือสามารถเข้าไปตรวจสอบสถานะตัวเองได้ทางเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะมี SMS แจ้งให้ทราบตั้งแต่วันนี้

สำหรับการจ่ายเงิน 5,000 บาทล็อตแรก เป็นการจ่ายให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยกลุ่มแรกที่จะได้รับเงิน คือ ผู้ที่มีอาชีพค้าขาย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ขับรถแท็กซี่ และมัคคุเทศก์

ส่วนการจ่ายเงินครั้งต่อ ๆ ไป กระทรวงการคลัง ยังไม่ได้กำหนดวันจ่ายที่ชัดเจน เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและขอข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชน ซึ่งหากใครได้รับ SMS ว่าขาดตกข้อมูลส่วนใด ให้รีบส่งข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะได้พิจารณาจ่ายเงินครั้งต่อไปให้เร็วที่สุด เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ได้รับเงินประมาณ 8,000,000 คน จากที่ลงทะเบียนขอรับเงินกว่า 24,000,000 คน

ด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ตัวแทนภาคเอกชนของไทย ประเมินผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากยังไม่สามารถระงับได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะมีคนตกงานไม่ต่ำกว่า 7,000,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีประมาณ 6,000,000 คน ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน จากแรงงานทั้งระบบของประเทศที่มี 38,000,000 คน แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นไปจนถึงช่วงสิ้นปี ก็จะยิ่งส่งผลกระทบเพิ่ม และมีคนตกงานมากขึ้น

ธนาคารพักชำระหนี้กลุ่ม SMEs
ส่วนการช่วยเหลือจากธนาคารต่าง ๆ ก่อนหน้านี้มีหลายแห่งมีการประกาศพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว ใครมีภาระผ่อนอะไรอยู่ ให้รีบติดต่อไปที่ธนาคารได้เลยว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ แต่ล่าสุดมีมาตรการสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ออกมาอีก

เริ่มจาก ธนาคารออมสิน ประกาศพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงกันยายน

เช่นเดียวกับ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ดำเนินการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับลูกค้า เป็นระยะเวลา 6 เดือน และจัดสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไป

บริหารจัดการเงินเยียวยา 5,000 บาท
ส่วนประชาชนคนธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งธนาคาร บัตรเครดิต ออกโครงการต่าง ๆ ออกมาแล้ว ย้ำอีกครั้งว่าใครมีภาระอะไรอยู่ ให้รีบติดต่อไปเพื่อขอพักชำระหนี้ อย่างน้อยให้ลดรายจ่ายให้ได้มากที่สุด และผู้ใดที่ได้เงินจากรัฐในมาตรการเยียวยา เราไม่ทิ้งกัน 5,000 บาทต่อเดือน แนะนำให้บริหารจัดการการเงินดี ๆ ถ้าเอามาหารรายเดือน 30 วัน ตกวันละประมาณ 166 บาท ถ้าคิดแค่ค่าอาหารอย่างเดียว 3 มื้อ เหลือแค่มื้อละ 55 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แย่

แต่ถ้าคิดใหม่ ไม่ซื้ออาหารทาน เปลี่ยนเป็นทำอาหารทานเอง ข้าวสาร 5 กิโลกรัม 1 ถุง ทานคนเดียวเดือนนึงน่าจะไหว ตกประมาณแค่ 200 บาท ส่วนที่เหลือเอาไปซื้อเครื่องปรุงต่าง ๆ ค่าก๊าซหุงต้ม รวมถึงแบ่งมาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคอื่น ๆ อีก 800 บาท เหลือเงิน 4,000 บาท นำมาแบ่งอีกที เหลือสัปดาห์ละ 1,000 บาท ตรงนี้สามารถนำมาเป็นค่าอาหารสด หรือค่าวัตถุดิบอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ซึ่งนี่คิดเป็นกรณีที่ใช้ชีวิตคนเดียว

ถ้าบ้านไหนเป็นสามีภรรยากันได้มา 10,000 บาท ยิ่งบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นไปอีก เพราะของบางอย่างสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ถ้ามีลูกหรือผู้ที่ต้องเลี้ยงดู ก็อาจจะต้องยอมรับว่าเงินคนละ 5,000 บาท ไม่เพียงพอ

ดังนั้นวิกฤตครั้งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สอนให้รู้ว่า ในช่วงที่มีงานทำ ได้รับเงินเดือนปกติ ควรบริหารจัดการการเงินให้ดี และควรมีเงินเก็บ เพื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน