สนามข่าว 7 สี

นักธุรกิจชาวอินเดีย แจ้งความถูกหลอกซื้อรองเท้ายี่ห้อดัง จ.ระยอง

นักธุรกิจชาวอินเดีย แจ้งความถูกหลอกซื้อรองเท้าวิ่งยี่ห้อดัง ราคาเกือบ 7,000 บาท สุดท้ายไม่ได้สินค้า

แจ้งความถูกหลอกซื้อรองเท้ายี่ห้อดัง จ.ระยอง
นายจีเทนรา คูมาร์ อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวอินเดีย เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองระยอง หลังถูกหลอกให้ซื้อรองเท้าวิ่งยี่ห้อดัง แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า

ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา เขาไปพบเพจเฟซบุ๊กหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "อินฟินิตี้" ประกาศขายรองเท้ากีฬายี่ห้อดัง และเป็นรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม ราคาค่อนข้างสูง (Nike Vapor Fly ราคาเปิดตัวคู่ละ 8,500 บาท) กระทั่งมีการส่งรูปมายืนยันว่ามีรองเท้าขายจริง จึงติดต่อผ่านเฟซบุ๊กไปยังผู้ขาย เป็นชายไทยชื่อว่า นายณัฐวุฒิ ต่อรองจนตกลงซื้อในราคาคู่ละ 6,090 บาท และได้โอนเงินไปให้ทั้งหมดไปยังบัญชีของนายณัฐวุฒิ

ต่อมา นายณัฐวุฒิ โทรศัพท์มาบอกว่า ต้องรอ 20-25 วัน เพราะสินค้าขาดตลาด เวลาผ่านไป เขาพยายามทวงถามว่าสินค้าส่งมาหรือไม่ จนในที่สุดเช้าวานนี้กลับถูกบล็อกเฟซบุ๊ก และติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงแน่ใจว่าถูกหลอก ก่อนจะเดินทางมาแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจจับกุมมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดี

เกือบถูกหลอก มิจฉาชีพซื้อเจลแอลกอฮอล์ไม่จ่ายเงิน
ที่กรุงเทพมหานคร ยังคงมีมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสการระบาดของโควิด-19 ซ้ำเติมประชาชน

โดยนางสาวธันยพร ไตรลีลาลักษณ์ อายุ 50 ปี รองกรรมการผู้จัดการบริษัทเคมีภัณฑ์แห่งหนึ่ง ไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เธอให้การว่าช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ใช้แอปพลิเคชันไลน์ชื่อว่า "ตรุษจีน" ติดต่อสั่งซื้อเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 1,000 ขวด รวมเป็นเงิน 160,000 บาท จึงให้พนักงานเร่งผลิต เพื่อส่งสินค้าตรงตามวันที่นัดหมาย โดยผู้สั่งซื้อจะชำระเงินทั้งหมดเมื่อส่งมอบสินค้าให้

แต่เมื่อให้พนักงานขับรถไปส่งสินค้าตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ คือที่โกดังแห่งหนึ่งในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ผู้สั่งซื้อกลับให้พนักงานขนสินค้าลง และให้ไปรับเงินอีกสถานที่หนึ่ง เคราะห์ดีที่พนักงานขับรถโทรศัพท์มาแจ้ง เธอจึงเห็นว่าผิดข้อตกลง จึงให้ขนของกลับ หลังเกิดเหตุเธอได้โพสต์เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ปรากฏว่ามีผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพรายเดียวกันนี้หลอกลวงจนสูญเงินไปกว่า 500,000 บาท ที่มั่นใจว่าเป็นรายเดียวกัน เพราะหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อเป็นหมายเลขเดียวกัน เธอจึงตัดสินใจนำหลักฐานมาแจ้งความที่ ปอท.

แต่หลังตำรวจ ปอท. รับฟังข้อมูลของผู้เสียหาย ยังไม่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เนื่องจากยังไม่ได้ส่งมอบสินค้า จึงน่าจะเข้าข่ายความผิดทางแพ่ง ตำรวจจึงแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความในพื้นที่เกิดเหตุแทน

ถูกหลอกสั่งซื้อหน้ากากอนามัย สูญเงินกว่า 6 แสนบาท จ.ชุมพร
จังหวัดชุมพร หญิงอายุ 19 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีหญิงอายุ 26 ปี คนหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง

ผู้เสียหาย เล่าว่า เธอเป็นนักศึกษา หารายได้เสริมระหว่างเรียนด้วยการขายสินค้าทางออนไลน์ โดยได้รวบรวมเงินจากเพื่อน ๆ สั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากหญิงอายุ 26 ปี ที่ได้ประกาศทางทวิตเตอร์ว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายหน้ากากอนามัย 3 ชั้น แบบพรีเมียม สั่งนำเข้าจากประเทศเยอรมนี จึงติดต่อสั่งซื้อแบบพรีออร์เดอร์ไปหลายครั้ง ครั้งละหลักพันบาทไปจนถึงหลักแสนบาท และได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของหญิงอายุ 26 ปี ไปทั้งสิ้น 650,000 บาท แต่จนกระทั่งวันนี้ ก็ยังไม่ได้สินค้ามาแม้แต่ชิ้นเดียว

ผู้เสียหาย บอกว่า ที่หลงเชื่อเพราะตรวจสอบแล้วว่าผู้ขายมีตัวตนจริง อีกทั้งยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพมหานคร และยังอ้างด้วยว่ามีญาติทำงานด้านศุลกากร หลังจากโอนเงินไป เธอพยายามโทรศัพท์ไปสอบถามเกี่ยวกับการส่งสินค้า แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา กระทั่งล่าสุดอ้างว่าผู้จำหน่ายสินค้าประเทศต้นทางยังไม่ได้ส่งสินค้ามาให้ ต่อมาหญิงอายุ 26 ปี โอนเงินคืนมาให้ประมาณ 10,000 บาท แต่ยังคงค้างอีกกว่า 630,000 บาท และยังบอกด้วยว่าหากต้องการเงินที่เหลือให้ไปฟ้องร้องเอาเอง เพราะเขาก็ถูกโกงมาเหมือนกัน

นอกจากเธอแล้ว ยังมีผู้ที่หลงเชื่อสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากหญิงคนนี้กว่า 100 คน ในหลายจังหวัด ความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ตอนแรกตั้งใจจะรวมตัวกันมาร้องทุกข์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากมีมาตรการเคอร์ฟิว จึงไม่สามารถทำได้ เบื้องต้นต่างก็ไปแจ้งความต่อตำรวจในท้องที่แล้ว