สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : จับกุม พันธ์ยศ พัวพันคดีกักตุนหน้ากากอนามัย

ตั้งแต่ที่เพจ "แหม่มโพธิ์ดำ" แฉขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย ตำรวจก็ขยายผลจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายคน ทั้งเสี่ยบอย, นายอานนท์วัฒน์ รวมไปถึงผู้ค้าที่รับหน้ากากอนามัยไปขายต่อ ล่าสุดเมื่อวานนี้ ตำรวจก็นำหมายศาลไปจับกุม "นายพันธ์ยศ" ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ไปติดตามจากรายงาน

จากข้อมูลที่เพจ "แหม่มโพธิ์ดำ" นำมาเปิดเผย และส่งต่อให้สื่อมวลชน นำไปติดตามตรวจสอบข้อมูลผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย ในช่วงที่เชื้อโควิด-19 กำลังเริ่มต้นแพร่ระบาดในช่วงแรก ๆ จนเป็นเหตุให้สินค้าขาดตลาดและมีราคาสูงจนถึงทุกวันนี้

ก็ปรากฏข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน โดยนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ "บอย ไนท์มาร์เก็ต" หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า "เสี่ยบอย" เป็นคนแรกที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากกรณีที่โพสต์ข้อความอ้างว่าตนเองมีหน้ากากอนามัย 200 ล้านอัน ซึ่งสุดท้ายก็ให้การยอมรับกับตำรวจว่า เรื่องที่อ้างไปนั้นไม่ใช่เรื่องจริง

จากนั้นตำรวจนำข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนพยานหลายปาก ข้อมูลเส้นทางการเงิน ช่วงเวลาที่มีการทำธุรกรรมเกี่ยวข้องกับการโพสต์ขายหน้ากากอนามัยของผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ไปตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริง โดยระหว่างนี้หากพบว่าผู้ใดกระทำผิดกฎหมายก็เข้าจับกุมดำเนินคดีทันที เช่น นายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัครพรรคภราดรภาพ ที่ถูกจับกุมพร้อมหน้ากากอนามัย 100 กล่อง หรือประมาณ 5,000 อัน จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง ซึ่งนายอานนท์วัฒน์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีรายงานข่าวว่า ให้การเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลสืบสวนคดีขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย และยอมรับว่าในอดีตยังเคยเป็นนายหน้าติดต่อเรื่องการซื้อขายหน้ากากอนามัยให้กับ นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ โดยได้รับส่วนแบ่งอันละ 10 สตางค์

ขณะที่เมื่อวานนี้ตำรวจนำหมายศาลเข้าจับกุมนายพันธ์ยศ ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านเพชรเกษมซอย 27 เขตภาษีเจริญ ในความผิดอย่างน้อย 2 ข้อหา คือ ฐานจงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า และข้อหาเป็นผู้ผลิตไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิต กระบวนการผลิต และวิธีการจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ โดยพบหน้ากากอนามัยประมาณ 1,500 อัน อยู่ภายในรถของนายพันธ์ยศ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นของที่จะนำไปบริจาค

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่มีผลการจับกุมดำเนินคดีชัดเจนแล้ว ส่วนพฤติการณ์กระทำความผิดใครจะเกี่ยวข้องอย่างไร ในวันนี้ตำรวจจะมีการแถลงชี้แจงผลความคืบหน้าการดำเนินคดีอีกครั้ง ซึ่งต้องไปติดตามกันต่อว่า การกระทำผิดที่เกิดขึ้นเข้าข่ายเป็นขบวนการกักตุน และทำให้หน้ากากอนามัยขาดตลาดจริงหรือไม่ และยังมีใครต้องถูกดำเนินคดีอีกหลังจากนี้