รอบรั้วรอบโลก

WHO เตือน! หลายประเทศคิดให้รอบคอบ ก่อนผ่อนคลายล็อกดาวน์

นายธีโดรส อั๊ดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กล่าวว่า ตอนนี้มีหลายประเทศที่กำลังพิจารณาจะผ่อนปรนหรือยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ แต่เขาขอให้ประเทศเหล่านี้พิจารณาให้รอบคอบและต้องแน่ใจว่าเชื้อโควิด-19 ยุติการแพร่ระบาดอย่างเด็ดขาดแล้ว ก่อนตัดสินใจยกเลิกมาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มงวด เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวอาจกลับมาแพร่ระบาดรุนแรงอีกครั้ง

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ใน 210 ประเทศทั่วโลก ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งถึง 100,000 คนแล้ว โดยล่าสุดอยู่ที่กว่า 101,000 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้ออยู่ที่ราว ๆ 1,675,000 คน และได้รับการรักษาหายป่วยแล้วกว่า 370,000 คน

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 488,000 คน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 18,000 คน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก อิตาลี โดยที่รัฐนิวยอร์ก รัฐเดียว มีผู้ติดเชื้อถึงกว่า 170,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าทุกประเทศในโลก

ทางด้าน ดร.แอนโธนี่ เฟาซี่ ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติสหรัฐฯ เตือนว่า สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในสหรัฐฯ และแต่ละรัฐยังต้องใช้มาตรการเข้มงวดต่อไปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ให้ได้

ส่วนที่ประเทศอิตาลี นายกรัฐมนตรีจูสเซ็ปเป้ คอนเต้ ประกาศขยายเวลาล็อคดาวน์ออกไปจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ จากกำหนดการเดิมที่จะยุติในวันที่ 13 เมษายน โดยธุรกิจบางส่วน เช่น ร้านขายหนังสือ ได้รับอนุญาตให้เปิดต่อไปได้ ขณะที่ร้านขายเครื่องเขียนและร้านขายเสื้อผ้าเด็กสามารถกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้งในวันที่ 14 เมษายนนี้

ทั้งนี้อิตาลี มีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้นกว่า 147,000 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 18,800 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดในโลก

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษ สามารถลุกขึ้นเดินออกกำลังระยะสั้น ๆ ได้ หลังจากที่อาการป่วยโควิด-19 ดีขึ้น และออกจากห้องไอซียูมาพักรักษาตัวในห้องพักปกติของโรงพยาบาลเซนต์ โธมัส ในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และเขาจะยังคงได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ของเขาต่อไป ขณะที่ นายโดมินิค ร้าบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ จะยังคงปฎิบัติหน้าที่แทน นายจอห์นสัน เป็นการชั่วคราว

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในอังกฤษ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 980 คน เมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 8,958 คน และมีผู้ติดเชื้อกว่า 73,000 คน