สนามข่าว 7 สี

ผวจ.เชียงใหม่ สั่งเฝ้าระวังไฟป่าต่อเนื่อง กรมอุตุฯ คาดปีนี้ฤดูฝนอาจมาช้า

แม้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ภาคเหนือจะดีขึ้น แต่ยังคงมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายว่าปีนี้ฤดูฝนอาจมาช้า

ผวจ.เชียงใหม่ สั่งเฝ้าระวังไฟป่าต่อเนื่อง จ.เชียงใหม่
แม้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จะดีขึ้น แต่ยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ (15 เม.ย.) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมคณะทำงาน และผู้แทนจากอำเภอ ที่เกิดจุดฮอตสปอตมากที่สุด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว และอำเภอฝาง โดยย้ำให้บังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และให้ลงพื้นที่เข้าไปสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ผ่อนผันที่ทำกิน หรือพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง ที่มีการแบ่งเขตความรับผิดชอบในการครอบครองไว้แล้ว หากพบมีการเผาเกิดขึ้น จะต้องเพิกถอนสิทธิทันที และจะดำเนินคดีทุกจุด

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทั้ง 25 อำเภอ คงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือคาดหมายว่า ปีนี้ฤดูฝนอาจจะมาช้ากว่าปกติ โดยอาจล่าไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ประกอบกับหลังจากวันที่ 30 เมษายนนี้ ก็จะพ้นการประกาศห้ามเผาในที่โล่งแจ้ง จึงอาจเกิดการเผา เพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรมากขึ้น ขอให้ทุกพื้นที่สั่งให้้งดการเผาไปก่อน และรณรงค์ให้เกษตรกรและประชาชนนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว หรือเศษใบไม้ มาใช้ประโยชน์ เช่น ทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดการเผาแทน

เชิดชูอาสาดับไฟป่า เสียชีวิตคนที่ 6 ในภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน
ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขบวนเคลื่อนย้ายศพ และร่วมไว้อาลัยนายพงษ์นริน แพรชมพู อายุ 41 ปี อาสาดับไฟป่า ที่ประสบอุบัติเหตุถูกไฟคลอก ขณะไปช่วยทำแนวกันไฟ ที่บ้านซิวาเดอ อำเภอสบเมย เมื่อวันที่ 4 เมษายน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนถูกส่งไปรักษาตัว แต่อาการทรุดลงจนกระทั่งเสียชีวิต เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปฝัง ตามพิธีทางศาสนาคริสต์ในวันนี้ (16 เม.ย.)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าเป็นรายที่ 6 ของพื้นที่ภาคเหนือ และเหตุการณ์เดียวกันนี้ ก็ยังมีภรรยาของนายพงษ์นริน ก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน แต่ล่าสุดอาการดีขึ้นจนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

ไฟไหม้ป่ากก เกือบลุกลามเข้าเขตชุมชน จ.ลพบุรี
ที่จังหวัดลพบุรี นี่เป็นภาพเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง บริเวณป่ากกซึ่งมีพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใจกลางชุมชนย่านเศรษฐกิจ อำเภอเมืองลพบุรี เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลกกโก ต้องระดมรถดับเพลิงของเทศบาล และยังขอความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลท่าศาลา รวมทั้งรถดับเพลิงจากภาคเอกชนเข้ามาช่วยดับเพลิง เนื่องจากมีลมแรง ทำให้้ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว จึงต้องเร่งป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าไปในชุมชน ซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน และหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง

แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้นกกขึ้นอยู่หนาทึบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปไม่ถึง จึงทำได้แค่เพียงฉีดน้ำสกัดไม่ให้ไฟลุกลาม จนควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากมีคนลักลอบเข้าไปเก็บขยะแล้วนำมาเผา แต่เกิดลุกลามจนควบคุมไม่ได้