เช้านี้ที่หมอชิต

ส.ต.อ.พกปืนเตรียมชิงเงินธนาคาร แต่ถูกรวบได้ก่อน อ้างหาเงินไปใช้หนี้

เช้านี้ที่หมอชิต - รวบตำรวจยศสิบตำรวจเอก พกปืนเตรียมจี้ชิงเงินธนาคาร ในจังหวัดฉะเชิงเทรา สารภาพตั้งใจมาก่อเหตุจริง อ้างนำเงินไปใช้หนี้หลักแสนบาท 

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ตำรวจสายตรวจและพลเมืองดี ช่วยกันจับตัวชายต้องสงสัย ที่หน้าธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาบางวัว ริมถนนเทพรัตน ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จนสามารถกดตัวเขาลงกับพื้นได้สำเร็จ

ตำรวจตรวจค้นพบปืน 1 กระบอก บรรจุกระสุนขึ้นลำกล้องพร้อมใช้งาน อยู่ในซองเอกสารสีน้ำตาลที่ชายคนดังกล่าวถืออยู่ในมือ โดยมีแม็กกาซีนสำรองบรรจุกระสุน 14 นัด กระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร อีก 40 นัด ถุงผ้า 2 ใบ และกุญแจรีโมทรถยนต์ในกระเป๋าเป้

รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.บางปะกง เปิดเผยว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ เห็นชายคนดังกล่าวมีพิรุธ ในมือถือซองเอกสารน่าสงสัย จึงขอตรวจค้น แต่อีกฝ่ายกลับอ้างว่าเป็นตำรวจสันติบาล มาสืบราชการลับ ยอมรับว่าในซองเป็นปืนก่อนพยายามเดินหนี เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงตามไปจับตัว โดยมีพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้าช่วย

ด้าน รปภ.ของธนาคาร บอกว่า เห็นชายคนดังกล่าวเดินมาจากริมถนน แล้วมองขึ้นไปบนธนาคาร ก่อนมายืนอยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม แต่ยังไม่ทันเอะใจ คิดว่ามารอคนที่กำลังกดเงิน จนตำรวจสายตรวจเดินลงมาจากธนาคาร พบพิรุธชายคนดังกล่าวแล้วขอตรวจค้น แต่อีกฝ่ายพยายามหนี จึงเข้าไปช่วยจับตัวไว้ได้ 

ขณะที่กล้องวงจรปิดของร้านค้าใกล้ธนาคารจับภาพชายคนดังกล่าวยืนคุยอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกจ้างของร้านค้าที่กำลังมาเปิดร้าน ระหว่างนั้นชายคนดังกล่าวได้เข้ามาทำทีสอบถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของธนาคาร หากจะเข้าไปด้านในว่ามีการตรวจค้นหรือไม่ โดยที่หญิงสาวไม่รู้ว่าชายคนนี้สอบถามเพื่อเตรียมการจะเข้าไปก่อเหตุ

ด้านตำรวจ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบชายคนดังกล่าว คือ สิบตำรวจเอก ปัณณเทพษ์ เภตรา อายุ 33 ปี สังกัดฝ่ายตรวจสอบพฤติการณ์บุคคล กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

จากการสอบสวนเขาให้การว่า นั่งรถเมล์จากบ้านในกรุงเทพฯ ตั้งใจจะไปอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ขณะผ่านธนาคารดังกล่าว จึงลงรถหวังบุกเข้าไปชิงเงิน พร้อมเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนหลังก่อเหตุ แต่เมื่อมาถึงเกิดเปลี่ยนใจ และถูกตำรวจสายตรวจพบพิรุธจับตัวไว้ได้ก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้ทั้งในและนอกระบบ ประมาณ 300,000-400,000 บาท ส่วนภรรยาก็ไม่มีงานทำ

ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพกพาปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งดำเนินคดีต่อไป