7HD ร้อนออนไลน์

อภ.ยอมรับหน้ากาก N95 - ชุด PPE ไม่เพียงพอประกาศหาผู้ผลิตเสริมทัพ

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แถลงสถานการณ์การจัดสรรและกระจายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ ว่า ขณะนี้หน้ากาก N95 กระทรวงสาธารณสุขยังต้องการอีกมาก เนื่องจากตั้งเป้าไว้ที่ 5 ล้านอัน สำหรับรองรับการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วน ซึ่งในเดือนเมษายนนี้หาได้เพียง 580,000 อัน  ขณะที่สถิติการใช้ต่อวันอยู่ที่ 13,900 อันแต่ความต้องการใน 1 เดือนอยู่ที่ประมาณกว่า 600,000 อัน จึงถือว่ายังไม่สามารถสรรหามาให้เพียงพอการใช้งานได้ แต่ทุกภาคส่วนพยายามพัฒนาอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น การผลิตซิลิโคนแมส N99 โดยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้พัฒนาหน้ากาก N99 สามารถใช้ซ้ำหลายครั้งได้ และปัจจุบันได้ผลิตให้โรงพยาบาลต่างๆ แล้ว 3,000 อันโดยตั้งเป้าจะผลิตเพิ่มอีก 5,000 อัน  ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาด้วย

ส่วนชุด PPE ยังคงมีความต้องการใช้ถึง 5 ล้านชุด โดยขณะนี้หาได้จาก 3 แหล่ง โดยซื้อจากเวียดนามเดือนเมษายนนี้ 136,250 ชิ้น และได้จากอีกบริษัทประมาณ 100,000 ชิ้น และได้เสื้อกาวน์ (surgical gown) อีก 100,000 ชุด แต่สถิติการใช้ PPE ในไทยใช้อยู่เฉลี่ยวันละ 18,411 ชิ้น ส่วนชุดหมีมีในคลังประมาณ 11,000 ชุด ชุดคลุมทับ (Isolation Gowns) มี 3,366 ชุด จึงถือว่ายังมีช่องว่างอยู่มาก เพราะสินค้ากลุ่มนี้ทั่วโลกต่างต้องการและไทยมีแหล่งผลิตหน้ากาก N95 เพียงแห่งเดียว จึงต้องรอการนำเข้าและยังต้องตรวจสอบรับรองมาตรฐานก่อนด้วย

ทั้งนี้องค์การเภสัชกรรม จึงขอแจ้งความประสงค์จัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ หน้ากาก N95 ชุด PPE หากประชาชนหรือผู้ประกอบการใดมีความพร้อมขอให้เข้าร่วมเสนอราคากับ อภ. เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีเครื่องป้องกันสู้โควิด-19

สำหรับการกระจายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ตั้งแต่วันที่ 2 -15 เมษายน  2563 ได้จัดส่งไปแล้ว ดังนี้
-หน้ากากอนามัย Surgical Mask  ที่จัดซื้อและให้บริษัทไปรษณีย์ไทยเป็นผู้กระจายไปแล้วประมาณ 21.4 ล้านอัน 
-หน้ากากอนามัย N95 จัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ไปแล้วและคงสำรองอยู่ที่โรงพยาบาลต่าง ๆประมาณ 2.28 แสนอัน รอจัดสรรและสำรองกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนที่ อภ.ประมาณ 8.7หมื่นอัน
-ชุด PPE (Coverall/Surgical Gown) พร้อมอุปกรณ์จำเป็นครบชุดจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ไปแล้วและคงสำรองอยู่ที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ประมาณ 2.46 แสนชิ้น รอจัดสรรและสำรองกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนที่อภ.ประมาณ 1.1 หมื่นชุด
- ยาฟาวิพิราเวียร์ จัดซื้อมาแล้วทั้งสิ้น 1.87 แสนเม็ด ได้ให้บุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้แล้ว 5.45 หมื่นเม็ด และคงสำรองอยู่ที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ประมาณ 3.06 หมื่นเม็ด รอจัดสรรและสำรองกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนที่อภ.ประมาณ 1.01 แสนเม็ด