สนามข่าว 7 สี

รวบ ผอ.ทำอนาจารนักเรียนหญิง ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก ยังให้การภาคเสธ

ตำรวจเพชรบูรณ์รวบตัวผู้อำนวยการโรงเรียน อนาจารนักเรียนหญิงอายุ 13 ปี เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ขณะที่ ต้นสังกัดได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ระหว่างนี้ให้มาช่วยราชการก่อน หากพบผิดวินัยร้ายแรงจริงก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

รวบ ผอ.ทำอนาจารนักเรียนหญิง เบื้องต้นยังให้การภาคเสธ จ.เพชรบูรณ์
จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ กระทำอนาจารนักเรียนหญิง อายุ 13 ปี ภายในห้องทำงาน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล ว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อคุณธรรมและจริยธรรม วานนี้ (21 เม.ย.) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์ เขต 2 ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้น ทราบว่าเป็นคลิปเก่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงนี้อยู่ระหว่างปิดเทอม แต่พฤติกรรมในคลิปเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง จึงมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าว มาประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 2 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน ให้ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนหญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ที่ตั้งโดยกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาดูแลเด็กหญิงคนดังกล่าวแล้ว

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวน สภ.บ้านติ้ว ได้เชิญเด็กหญิงผู้เสียหายและผู้ปกครองมาสอบปากคำ โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพร่วมด้วย แม้ว่าจะไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้อำนวยการที่ก่อเหตุ ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวเมื่อเย็นวานนี้ (21 เม.ย.) ระหว่างที่ผู้ต้องหากำลังเดินทางมาที่ สภ.บ้านติ้ว เบื้องต้น ผู้ต้องหาไม่ตอบคำถามใด ๆ บอกเพียงว่า ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลในตอนนี้

ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหนัก คือ อนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยประทุษร้าย (ภาวะจำยอม) และกระทำอนาจารกับเด็กที่เป็นลูกศิษย์ในปกครอง โดยผู้ต้องหาได้ขอใช้ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 8 ยื่นประกันตัวกับทางพนักงานสอบสวน ตำรวจได้พิจารณาแล้วว่า ทางผู้ต้องหาไม่ได้มีเจตนาหลบหนี หรือจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงให้ประกันตัว

อ้างเป็นครูส่งข้อความอนาจารถึงเด็กหญิง จ.ราชบุรี
อีกเหตุการณ์ ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Red Skull Society ระบุว่า มีชายคนหนึ่งแอบอ้างเป็นครู ส่งข้อความไปหาเด็กหญิงคนหนึ่ง พูดคุยในลักษณะเชิงชู้สาว พร้อมโชว์รูปธนบัตรจำนวนมาก อ้างว่าจะให้เงินกับเด็กหญิง แลกกับการช่วยสำเร็จความใคร่ จากนั้นก็ส่งรูปภาพอวัยวะเพศของตัวเองไปให้

หลังจากที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงทราบเรื่อง ได้นำมาโพสต์เตือนภัยผ่านเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว จนมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทีมข่าวจึงเดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า บุคคลที่ก่อเหตุมีชื่อเป็นครูในพื้นที่จังหวัดราชบุรีหรือไม่ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูล จึงอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการแอบอ้าง แต่หากเป็นครูจริงก็ต้องถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะถือว่ามีความผิดทางวินัยขั้นร้ายแรง

ร้องทุกข์ ชายถ้ำมองห้องลูกสาวสำเร็จความใคร่ จ.อ่างทอง
จังหวัดอ่างทอง เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้องทุกข์กับทีมสนามข่าว 7 สี หลังจากมีชายคนหนึ่ง มาแอบมองลูกสาวขณะนอนหลับอยู่ในห้อง โดยทำมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้ เกรงว่าปล่อยไว้จะเกิดอันตรายมากกว่านี้

นายประจวบ จันทร์เสงี่ยม เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว พาทีมข่าวไปยังด้านข้างของร้าน ซึ่งทำเป็นห้องไว้สำหรับพักอาศัย โดยให้ลูกสาวอายุ 15 ปี และ 18 ปี พักอยู่ ส่วนเขาและภรรยานอนอีกห้อง โดยก่อนหน้านี้ ลูกสาวคนเล็กมาบอกว่า เวลาประมาณ 02.00 น. เห็นเงาผู้ชายคนหนึ่งยืนมองอยู่บริเวณหน้าต่าง แต่เนื่องจากบ้านอยู่ริมถนน จึงไม่ได้สนใจ กระทั่งคืนถัดมาลูกสาวคนโตมาบอกอีกว่า เห็นผู้ชายยืนมองอยู่บริเวณหน้าต่างจุดเดิมอีก เมื่อลุกไปดูชายคนดังกล่าวรีบวิ่งหนีไป เท่านั้นยังไม่พอ ชายคนนี้ย่ามใจกลับมาก่อเหตุอีกเป็นครั้งที่ 3 (3 คืนติดต่อกัน) ซึ่งขณะนั้นลูกสาวกำลังจะออกมาดื่มน้ำด้านนอกเห็นพอดี จึงตะโกนเรียกตนเองออกมา แต่ชายคนดังกล่าวคว้าถุงปุ๋ยซึ่งคาดว่านำติดตัวมาด้วย วิ่งหลบหนีไป กระทั่งรุ่งเช้ามาตรวจสอบ พบคราบอสุจิบริเวณผนังหน้าต่าง จึงรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เกรงว่าชายคนดังกล่าวจะคิดก่อเหตุมากขึ้น อาจเป็นอันตรายกับลูกสาวทั้ง 2 คน 

นายประจวบ บอกอีกว่า ผู้ก่อเหตุลักษณะท่าทางคล้ายชายอายุ 40 ปี คนหนึ่ง ซึ่งเขาเคยเห็นถือถุงปุ๋ยเดินผ่านหน้าร้านหลายครั้ง แต่ระยะหลังชายคนนี้มีพฤติกรรมแปลก ๆ มักจะเดินมาด้อม ๆ มอง ๆ ที่ร้านหลายวัน เบื้องต้น เตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน