7HD ร้อนออนไลน์

กองทัพภาคที่ 4 ลดโทษจำขังจ่าจำปา จาก 45 วัน เหลือ 7 วัน

จากกรณีที่จ่าสิบเอกพีรศักดิ์ จำปา ทหารสื่อสาร ประจำหมวดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 5 กองพลทหารราบที่ 5 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พยายามจะผ่านด่านตรวจบนถนนแห่งหนึ่ง ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง พื้นที่รอยต่อ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกสั่งห้ามเข้า-ออกเด็ดขาดตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง แต่ถูกปฏิเสธทำให้จ่าสิบเอกพีรศักดิ์เกิดความโมโห โดยจ่าสิบเอกพีรศักดิ์ถือหนังสือรับรองการเดินทางในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ผู้บังคับบัญชาออกให้มาแสดงให้ดูแต่ก็ไม่สามารถผ่านได้ จึงเกิดการถกเถียงกับนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ที่ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยพอดี ก่อนจะถูกผู้บังคับบัญชาสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและมีมติลงโทษจำขังจ่าสิบเอกพีรศักดิ์ เป็นเวลา 45 วัน และส่งไปฝึกที่ศูนย์ฝึกธำรงวินัย กองทัพภาคที่ 4 พร้อมสั่งงดบำเหน็จประจำปี 2563 (ครึ่งปีหลัง)

วันนี้ (23 เม.ย.63) พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่าหลังจากที่คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 พิจารณาการลงโทษสั่งขังจ่าสิบเอกพีรศักดิ์ จำปา และมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมรอบด้านจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของจ่าสิบเอกพีรศักดิ์จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรและไม่ปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่สั่งการให้ทหารปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะมีโทษสถานหนัก

แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาที่ป่วยหนักและต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อีกทั้ง จ่าสิบเอกพีรศักดิ์สำนึกผิดว่ากระทำผิดวินัยทหารจริง และที่ผ่านมาจ่าสิบเอกพีรศักดิ์ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรให้ลดโทษจำขังกำหนด 7 วันตั้งแต่วันที่ 17-23 เม.ย. 2563 ที่เรือนจำ มทบ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

“การทบทวนการสั่งลงโทษไม่ใช่เป็นเพราะกระแสสังคม แต่เป็นไปตามขั้นตอนการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่ต้องดำเนินการรอบด้านเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับโดยไม่มีข้อยกเว้น  สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้วว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ “ พล.ต.ปราโมทย์ กล่าว

พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวอีกว่าส่วนการดูแลมารดาจ่าสิบเอกพีรศักดิ์ที่เจ็บป่วย ยังคงให้ทีมแพทย์หน่วยทหารเข้าดูแลต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลให้ดีที่สุด โดยเน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ