ข่าวภาคค่ำ

สถานการณ์โควิด-19 ในไทยวันนี้ ไร้ตาย พบผู้ป่วยใหม่ยังทรงตัวแค่ 15 คน

สถานการณ์โควิด-19 ในไทย ทรงตัว พบผู้ป่วยรายใหม่ 15 คน และล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข คิดค้นวิธีตรวจแล็บด้วยการขากสเลด หาคนติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยง

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แถลงพบผู้ป่วยใหม่ 15 คน มาจากในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สงขลา และมีคนไทยเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงการไปในสถานที่ชุมนุมชน ตลาด และการค้นหาเชิงรุกที่จังหวัดยะลาพบอีก 4 คน 

สรุปสถานการณ์ล่าสุด ไทยมีผู้ป่วยสะสม 2,854 คน และวันนี้มีผู้ป่วยที่รักษาหายอีก 60 คน รวมได้กลับบ้านไปแล้ว 2,490 คน คิดเป็น 87 เปอร์เซ็นต์ และขณะนี้เหลือผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 314 คน และวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 50 คน

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ล่าสุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้นำวิธีตรวจแล็บโควิด-19 ด้วยการขากเสลด ให้ประชาชนขากเสลดหรือเสมหะที่อยู่ในคอออกมาเอง ใส่กระป๋องเก็บน้ำลายที่จะมีถุงซิปล็อก เก็บตัวอย่างส่งห้องแล็บ ไม่ต้องให้บุคลากรทางการแพทย์สว็อบเชื้อจากโพรงจมูกของคนไข้ วิธีตรวจจากเสมหะหรือสเลดนี้ รู้ผลใน 2-3 ชั่วโมง ให้ผลแม่นยำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เหมาะกับการตรวจกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มก้อน คนในชุมชน และกลุ่มคนที่เดินทางเข้าประเทศ และแรงงานเพื่อนบ้านที่อยู่กันอย่างแออัด เป็นต้น

สำหรับการรับคนไทยที่ตกค้างกลับจากต่างประเทศ ช่วงเย็นมีพระสงฆ์จำนวน 104 รูป แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรม โดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำมา รวม 171 คน จากเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย มาลงเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ทั้งหมดจะเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัวของรัฐ หรือ State Quarantine