สนามข่าว 7 สี

อนุวัตจัดให้ : 10 ปีที่คิดถึง ตอนนักล่าไม้ใต้น้ำ

อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกพูดถึงหลังออกอาอากาศ นั่นคือ การดำน้ำด้วยปั๊มลม เพื่อค้นหาไม้ใต้น้ำ ทั้งเสี่ยงและมีเรื่องที่ทำให้ทีมงานต้องจดจำไม่ลืม ติดตาม 10 ปีที่คิดถึง กับ "อนุวัตจัดให้"

เป็นตอนที่ได้ทำ และเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทั้งเสี่ยงและขนลุกไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะตอนนี้ เป็นการถ่ายทำเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หรือปี 2560 กับทีมนักล่าไม้ใต้น้ำ เขื่อนสิรินธร บ้านปากชุม จังหวัดอุบลราชธานี

พวกเขาไม่ใช้ถังอากาศเหมือนดำน้ำทะเลทั่วไป แต่หายใจผ่านสายยางที่ผลิตอากาศ จากเครื่องผลิตอากาศแบบลมผ่าน เข้ามาทางสายยาง ซึ่งยาวประมาณ 70-100 เมตร และเสียบเข้ากับหน้ากาก

ผมเองก็เพิ่งจะลองเป็นครั้งแรก ชาวบ้านบอกว่า ถ้าไม่ชำนาญ ไม่ค่อยมีคนดำลงไป เพราะว่าอันตรายมาก

ช่วงแรกต้องฝึกการหายใจ เมื่อหายใจได้แล้ว นักล่าไม้ใต้น้ำจะพาผมลงไปด้านล่าง เพื่อที่จะสำรวจตอไม้ว่าใช้ได้หรือไม่

เมื่อฝึกพอเป็นแล้ว คราวนี้ดำจริง ๆ กับภารกิจการล่าไม้ใต้น้ำ เพื่อนำมาทำเฟอร์นิเจอร์

เนื่องจากว่าไม้เนื้อแข็ง จึงต้องใช้เวลาในการเลื่อยพอสมควร ใช้พลังงานมากทีเดียว ผมเองก็รอลุ้นไปด้วย

ระหว่างที่นักดำน้ำกำลังเลื่อยตอไม้ คนด้านบนและคนด้านล่างซึ่งเป็นนักดำน้ำ ก็ต้องคอยสังเกตการกระตุกของสายยางด้วย กระตุก 1 ครั้ง หมายถึงเครื่องมีปัญหา 2 ครั้ง เครื่องผลิตอากาศดับ นักดำน้ำจะมีเวลาอยู่ด้านล่างเพียงไม่กี่นาที ต้องรีบขึ้นแล้ว

แบบนี้คือธรรมดาเกินไป ขึ้นมาพักเหนื่อย แล้วดำกันต่อกับภารกิจที่สอง ยากขึ้น นั่นก็คือ การค้นหาตอไม้ขนาดใหญ่ใต้น้ำที่ถูกโคลนทับเป็นเวลานาน

ครั้งนี้ภารกิจจะยากกว่าเดิม เพราะว่าเราต้องหาต้นไม้ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำ บางท่อนถูกโคลนทับถมอยู่ประมาณ 1-2 เมตร และต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้ไม้แต่ละท่อนขึ้นมา

อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล็กแหลม เนื่องจากไม้ถูกทับถมเป็นเวลานาน นักล่าไม้ใต้น้ำต้องใช้เหล็กแหลมแทงลงไปในโคลน เพื่อหาท่อนไม้ มืออาชีพจริง ๆ ถึงจะรู้ว่าไม้น่าจะจมอยู่บริเวณไหน

เมื่อมั่นใจว่าได้ท่อนไม้ที่ต้องการแล้ว จะมีการนำเชือก ซึ่งส่วนปลายผูกติดกับแผ่นโฟม หรือวัสดุลอยน้ำ เพื่อทำสัญลักษณ์บอกพิกัดตำแหน่ง

จากนั้นจะให้อีก 1 คน นำเครื่องสูบลงไปสูบโคลนที่ทับถมกันอยู่ เพื่อเปิดทางให้เห็นท่อนไม้มากยิ่งขึ้น

ค่อย ๆ เห็นท่อนไม้แล้ว แต่การดูดโคลนต้องระมัดระวัง ควรอยู่หลังที่ดูด เพราะว่าแรงดูดจะดึงเข้าไปติดจนได้รับอันตรายได้ เมื่อดูดจนเห็นท่อนไม้ นักล่าไม้ใต้น้ำจะวัดขนาดของท่อนไม้ โดยเทียบกับความสูงของลำตัวนักล่าไม้ใต้น้ำแบบนี้

การวัดขนาดของต้นไม้และความยาว เพื่อสะดวกในการดึงไม้ใต้น้ำขึ้นไป ความจริงแล้วการดูดโคลนใต้น้ำต้องทำหลายวัน เพราะว่าตอไม้ หรือท่อนไม้บางท่อนมีขนาดใหญ่มาก

กว่าจะถ่ายทำเสร็จ เช้าถึงค่ำพอดี ตอไม้ที่คุณผู้ชมเห็นนี้ ชาวบ้านนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ขาย เป็นสินค้าส่งขายไปทั่วประเทศ

แต่ภารกิจยังไม่เสร็จ เพราะจากการพูดคุยกับชาวบ้าน พบว่ามีวัดโบราณจมอยู่ใต้น้ำเขื่อนสิรินธร ทำให้อีก 2 เดือนต่อมา ผมและทีมงานขอกลับมาที่เขื่อนสิรินธรอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เป็นภารกิจที่ชวนขนลุก คือ การดำน้ำตามหาวัดใต้น้ำ ที่ไม่มีใครเห็นมานานนับตั้งแต่สร้างเขื่อน

การดำลงไปสำรวจของผมครั้งนี้ จึงต้องทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วางแผนการดำตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ว่าวัดอยู่บริเวณไหน เมื่อทุกอย่างพร้อม ไปสำรวจกันเลย

ครั้งแรก ดำเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ทั้งที่ชาวบ้านยืนยันพิกัดชันเจน เราเจอแต่กำแพงวัด แต่ไม่พบตัวโบสถ์ ต้องขึ้นมาพัก เพราะว่าเหนื่อยเกินไป ฝนเริ่มมา ชาวบ้านบอกว่าถ้าพลาดจากครั้งนี้ ต้องเดินทางกลับเสียเที่ยวเปล่า ทำให้ทีมงานต้องทำพิธีขอขมาอีกครั้งหนึ่ง

ไม่นานชาวบ้านมองลงไปในน้ำ ก็เห็นกำแพงของวัดอยู่ใต้แพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ พวกผมไม่รอช้า รีบลงไปสำรวจกันอีกครั้งหนึ่ง

คราวนี้นอกจากกำแพงวัดแล้ว ว่ายมาไม่นาน เราพบส่วนที่คาดว่าน่าจะเป็นหลังคาวัดแล้ว หลังคาพังถล่มลงมาเหลือเพียงบางส่วน ผมว่ายมา ก็มาสะดุดที่เศียรพระพุทธรูป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพระพุทธรูปที่ติดตามฝาผนังโบสถ์ อีกไม่นานเราก็เจอกับทางเข้าโบสถ์

ผมว่ายเข้าไปสำรวจด้านใน พบว่าข้าวของส่วนใหญ่ได้มีการเคลื่อนย้ายไปหมดแล้ว ซึ่งก็ตรงกับคำพูดของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ว่า วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ชาวบ้านประมาณ 800 หลังคาเรือน ให้ความเคารพนับถือ

ในปี 2511 ทางการประกาศเริ่มจะมีการก่อสร้างเขื่อน ต้องอพยพย้ายออกไปในปี 2514 ครั้งนั้นชาวบ้านมีการขนทรัพย์สินของมีค่า รวมทั้งอัญเชิญพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของวัดแห่งนี้ ย้ายไปประดิษฐานยังที่อื่นแล้ว ทำให้เหลือสภาพที่เราเห็นอย่างนี้

เราว่ายอ้อมอีกด้านหนึ่ง ตาก็เหลือบไปเห็นเงาบางอย่าง เมื่อว่ายเข้าไปดูใกล้ ๆ เราพบบันไดนาคของวัด คงสภาพสมบูรณ์ ส่วนอีกด้านนึงเสียหาย นี่เป็นเรื่องที่ชาวบ้านขอให้ผมมาจัดให้ วันนี้สบายใจแล้ว

ภารกิจสำเร็จ ขึ้นมาบนแพนั่งพักสักครู ชาวบ้านเพิ่งมาเฉลยภายหลังว่า ถ้าผมไม่มา ชาวบ้านก็ไม่กล้ามา เพราะเป็นที่รู้กันว่า บริเวณแห่งนี้ไม่ค่อยมีใครอยากล่องเรือผ่าน เพราะว่ามีสิ่งลี้ลับเกิดขึ้น

ผมเองฟังแบบนั้นก็บอกกับชาวบ้านว่า ถ้าชาวบ้านไม่มา ผมก็ไม่กล้ามา เพราะว่าผมกลัวผี อ้าว...ต่างคนต่างกลัว รีบกลับเข้าฝั่งกันดีกว่า จันทร์-อังคารหน้าไปที่ไหน รอติดตามอนุวัตจัดให้