สนามข่าว 7 สี

ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ จีนทำทุกอย่าง เพื่อให้ตนแพ้เลือกตั้ง

ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ จีนทำทุกอย่างเพื่อให้ตนพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะเดียวกันเร่งให้สำนักงานอาหารและยา อนุมัติการใช้ยา "เรมเดซิเวียร์" เพื่อใช้รักษาโรคโควิด-19

ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ จีนทำทุกอย่าง เพื่อให้ตนแพ้เลือกตั้ง
ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ของสหรัฐ ออกมาเปิดเผยว่า จีนกำลังพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ตนพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมเผยว่ากำลังมองหาทางเลือกต่าง ๆ ที่จะทำให้จีนต้องรับผิดชอบ ฐานเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันแล้วอย่างน้อย 62,000 คน และทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งนับเป็นการลดทอนโอกาสที่ตนจะได้รับเลือกให้เป็นผู้นำของสหรัฐฯ ต่อไปอีกสมัย พร้อมย้ำว่าจีนควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 ให้โลกได้รับรู้เร็วกว่านี้

จีนเผย ไม่เคยสนใจเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวันว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นเรื่องในประเทศ ซึ่งจีนไม่เคยสนใจจะเข้าไปแทรกแซง พร้อมหวังว่าประชาชนชาวอเมริกันจะไม่ลากจีนเข้าไปพัวพันกับการเมืองการเลือกตั้งดังกล่าว อีกทั้งระบุว่า การที่นักการเมืองบางคนพยายามโยนความผิดที่รับมือกับการระบาดไม่ดีมาให้จีน เป็นการเปิดโปงปัญหาของชาติตนเอง และควรตระหนักว่าศัตรูคือ ไวรัส ไม่ใช่ จีน

ผู้นำสหรัฐฯ เร่งสำนักงานอาหารและยา อนุมัติยาเรมเดซิเวียร์
ขณะเดียวกันประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" เร่งสั่งการให้สำนักงานอาหารและยาแห่งชาติ ตรวจสอบและอนุมัติการใช้ยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) เพื่อใช้ในการรักษาโรคโควิด-19 หลังก่อนหน้านี้สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อของสหรัฐฯ ได้ทดสอบยาเรมดิซิเวียร์ กับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 1,063 คน ผลปรากฏว่ายาเรมดิซิเวียร์ มีประสิทธิภาพ และสามารถลดจำนวนวันป่วยจาก 15 วัน เหลือ 11 วัน ซึ่งบ่งชี้ว่ายาตัวนี้สามารถหยุดยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้

ด้าน ดร.แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งชาติแล้ว และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติการใช้ยาเรมดิซิเวียร์ ในเร็ว ๆ นี้

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอินโดนีเซีย ทะลุหลัก 10,000 คน
ขณะที่สถานการณ์ในอินโดนีเซีย ล่าสุด กลายเป็นประเทศที่สองในอาเซียนที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกินหลักหมื่นคน ต่อจากสิงคโปร์ หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 347 คน ส่งผลให้ยอดสะสมอยู่ที่ 10,118 คน และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 792 คน ส่วนที่สิงคโปร์ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 16,169 คน โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติที่พักอาศัยตามหอพักแรงงาน และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 14 คน

สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด มากกว่า 3.27 ล้านคนแล้ว เสียชีวิตมากกว่า 231,000 คน ขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว มีมากกว่า 1.031 คน