อาทิตย์ติดข่าว

เรื่อง Fake Fake : กาแฟสารสกัดจากธรรมชาติ ต้านโควิด-19

ช่วง "เรื่อง Fake Fake" สัปดาห์นี้ โอ้โห! สารพัดข่าวลวง ดุเด็ดเผ็ดมันลวงกันได้ลวงกันดี เป็นอย่างไรบ้าง ไปชม

เรื่อง Fake Fake : สารสกัดกาแฟ ต้านโควิด-19
เริ่มกันที่เรื่อง Fake Fake เรื่องแรก โอ้โห คอกาแฟถึงกับหูผึ่งกันเลยทีเดียว เมื่อมีกระแสข่าวอ้างสรรพคุณว่า กาแฟสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะถ้าได้ดื่มซดกาแฟกันในช่วงร้อน ๆ ไม่ใช่อากาศร้อน แต่เป็นตอนที่กาแฟร้อน

เห็นแบบนี้แล้วชักจะไปกันใหญ่ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมก็เลยต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. พบว่าประเด็นนี้เป็นข้อมูลเท็จ เข้าข่ายหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร มีโทษฝ่าฝืนมาตรา 40 และ 41 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุญาตเป็นอาหาร ซึ่งมีคำนิยามไว้ว่า "ต้องเป็นของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต อันไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา รักษาโรค หรืออาการของโรคแต่อย่างใด" ซึ่งการโฆษณาเช่นนี้ทำให้เข้าใจผิดได้ว่า กาแฟ ซึ่งถูกบรรจุเป็นอาหาร ทำหน้าที่ได้เหมือน ยา คงไม่ได้

ก็เลยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลนี้ ไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จในสังคมออนไลน์ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน หากไม่มั่นใจในข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและยา สามารถโทรสอบถามที่สายด่วน 1556 ได้

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง และไม่ควรแชร์ต่อ

เรื่อง Fake Fake : ประกันสังคมจ่ายเงินผู้มีรายได้ประจำ 1,200 บาท
เรื่อง Fake Fake เรื่องที่ 2 นี้ ป่าวประกาศกันว่า ทางประกันสังคมจะจ่ายเงินคืน 1,200 บาท ให้กับผู้มีรายได้ประจำ ก็คือ มนุษย์เงินเดือน แหมงานนี้มีเฮกันใหญ่ เล่นว่าดีใจกันจนเนื้อเต้น แต่ไม่นาน มีเงิ่บ

ก็จะอะไรเสียอีก จากที่มีข้อความปรากฏตามสื่อ บอกว่า ประกันสังคมจะจ่ายเงินคืน 1,200 บาท ให้แก่ผู้มีรายได้ประจำ โอโห ฮือฮากันจนศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานประกันสังคม จนพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ จั่วหัวให้เกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยานายจ้างและลูกจ้างนั้น ทาง สปส. ได้ดำเนินการลดอัตราเงินสมทบ ให้เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมที่หักจากเงินเดือนไว้ร้อยละ 5 ก็จะเหลือร้อยละ 1

ส่วนนายจ้างจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 4 ดังนั้นข่าวนี้ก็ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และเช่นกันต้องไม่แชร์ข้อมูลนี้ต่อ

โดยคุณผู้ชมสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนักงานประกันสังคม ได้ที่ช่องทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรือ โทรสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-255-5850 ในวันและเวลาราชการ

เรื่อง Fake Fake : อย่าเชื่อ โดนยึดใบขับขี่ไม่ได้คืน
ปิดท้ายกันที่เรื่อง Fake Fake เรื่องนี้เลย ในโลกออนไลน์แชร์กันถล่มทลายว่า หากใครโดนยึดใบขับขี่จะไม่ได้คืน ต้องไปสอบใหม่ เพื่อออกใบขับขี่ใบใหม่ ปรากฎว่าข่าวนี้ถูกแชร์ต่อ ๆ กันผ่านในสื่อต่าง ๆ จนสร้างความกังวลใจให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 แบบนี้

เป็นข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์เตือนคนในโลกออนไลน์ว่า หากโดนยึดใบขับขี่จะไม่ได้คืน ต้องถึงขั้นไปสอบใหม่กันเลยทีเดียว ข่าวนี้ถูกแชร์กันต่อจนสร้างความกังวลใจให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนเป็นอย่างมาก ร้อนถึงกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ต้องออกมาชี้แจงว่า ประเด็นนี้เป็นข้อมูลเท็จ ไม่เป็นความจริง

ซึ่งกรณีที่ผู้ขับขี่ทำผิดกฎจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดใบอนุญาตขับรถและออกใบสั่งซึ่งใช้เป็นใบแทนใบอนุญาตขับรถได้เพียง 7 วันเท่านั้น ประชาชนจึงต้องรีบไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอรับใบขับขี่คืน หลังจากได้ชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว

ส่วนกรณีที่ได้รับใบสั่งจากกล้องบันทึกการกระทำความผิดอัตโนมัติ กรณีนี้จะไม่มีการยึดใบขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งใบสั่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถ เพื่อให้ดำเนินการชำระค่าปรับตามกฎหมาย

ทั้งนี้หากมีการแอบอ้างว่าใบอนุญาตขับรถสูญหาย เพื่อเจตนาจะให้ขอใบอนุญาตขับรถใบใหม่ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และกรมการขนส่งทางบกจะไม่ดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถฉบับใหม่ให้เด็ดขาด เนื่องจากใบอนุญาตขับรถที่ถูกยึดไว้ ยังคงมีผลตามกฎหมาย

จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าว

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง และไม่ควรแชร์ข้อมูลเท็จต่อ

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Anti-Fake News Center Thailand, mgronline