เจาะประเด็นข่าวค่ำ

อ่วมหนัก!! เหนือ – อีสาน โดนพายุฤดูร้อน ลูกเห็บถล่มหลายจังหวัด เสียหายจำนวนมาก

พายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา มีลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก ทำให้ต้นมะขามขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี โค่นทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และรถยนต์อีก 3 คัน นอกจากนี้ยังดึงเสาไฟฟ้าหักโค่นลงมาด้วย

เบื้องต้นมีรายงานว่า มีบ้านเรือนในพื้นที่อำเภอเมืองตาก ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนครั้งนี้ 50 หลังคาเรือน, วัด 2 แห่ง, โรงเรียน 1 แห่ง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ที่จังหวัดลำปาง นายยรรยง กุนาคำ นายอำเภอเถิน พร้อมเจ้าหน้าที่ออกสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตก หลังคาบ้านถูกพัดปลิว ยุ้งข้าวถูกแรงลมจนหลังคาปลิวหายไปหลายหมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลผาปัง, ตำบลล้อมแรด และตำบลเถินบุรี จึงสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งนำกระเบื้องมามุงหลังคา และแจกจ่ายอุปกรณ์ช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ส่วนที่กถนนพหลโยธินสายลำปาง-ตาก หน้าวัดพระธาตุดอยแดง มีเสาไฟฟ้าแรงสูงถูกพายุพัดหักกว่า 10 ต้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลำปาง เร่งเข้าเคลียร์พื้นที่

ส่วนที่หมู่ 4 ตำบลนาแส่ง อำเภอเกาะคา มีต้นไม้ถูกลมพัดโค่นขวางถนน เจ้าหน้าที่ช่วยกันใช้เลื่อยยนต์เคลียร์ต้นไม้ออกจากถนน โดยในพื้นที่ตำบลนาแส่งและตำบลนาแก้ว อำเภอเกาะคา มีบ้านเรือนเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 หลังคาเรือน

ส่วนที่จังหวัดชัยนาท แรงพายุทำให้หลังคาบ้านหลายหลังปลิวว่อน เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มกว่า 10 ต้น และโรงจอดรถของชาวบ้านพื้นที่หมู่ 5 ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท ล้มทับรถยนต์เสียหาย นายสุวรรณ เนตรท้วม อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านบอกว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดในโรงรถ เคราะห์ดีได้ยินเสียงดังเลยรีบหนีออกมาได้ทัน ก่อนที่โรงรถจะพังถล่มลงมา

ไปต่อที่จังหวัดหนองคาย เมื่อช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายในพื้นที่ตำบลโคกคอน และตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ หลังถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อกลางดึก เบื้องต้นคาดว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 หลังคาเรือน บางหลังฝาผนังพังเสียหาย ชาวบ้านบอกว่าพายุที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เป็นลมหมุน โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ไม่นานสังกะสีก็ถูกแรงลมหอบปลิวไปทั้งแถบ และมีลูกเห็บตกลงมา จนต้อง กอดเสาบ้านไว้