สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ไล่ออกจากราชการปมครูฉาว รุมข่มขืนเด็กนักเรียน

ความคืบหน้ากรณีครู 5 คนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดมุกดาหาร และศิษย์เก่าอีก 2 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกระทำชำเรานักเรียนหญิงอายุ 14 ปี มานานกว่า 1 ปี เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งให้ครูทั้ง 5 ออกจากราชการไว้ก่อน และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียอย่างมากต่อวงการการศึกษา และผิดกฎคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จึงต้องสั่งพักราชการ และสั่งให้ออกจากราชการตามระเบียบ จนกว่าการสอบสวนคดีจะสิ้นสุด

ขณะที่ในพื้นที่ทางผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 พร้อมสหวิชาชีพ ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยเยียวยาสภาพจิตใจเด็กและครอบครัว เบื้องต้นจากการพูดคุยเด็กต้องการอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ และจากที่ได้ฟังเด็กเล่ากับนักจิตวิทยาก็เชื่อว่า ที่เด็กพูดออกมาจากความรู้สึกและเป็นเรื่องจริง ส่วนครูทั้ง 5 คนที่ก่อเหตุ ก็ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไปแล้ว ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจะมีความผิดด้วยหรือไม่ ทางกระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า มีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ เช่นเดียวกับคดีอาญา ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับหญิงสาว ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนแห่งนี้ พวกเธอเล่าว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด ไม่มีใครกล้าไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะรู้สึกอับอาย พอข่าวออกมาแบบนี้ก็ยิ่งหมดศรัทธากับครูผู้สอน เพราะบางคนเพิ่งย้ายมาบรรจุ แต่บางคนอยู่ที่นี่มานานแล้ว เคราะห์ดีที่ตนเองจบการศึกษาแล้ว ตอนนี้รู้สึกสงสารรุ่นน้องที่กำลังศึกษา และกังวลว่า หากไปสมัครงาน จะมีใครรับเข้าทำงานหรือไม่ เพราะจบจากโรงเรียนที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

ส่วนที่จังหวัดกาญจนบุรี กรณีเด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกน้าสาวลวงไปให้ชายอายุ 19 ปี ก่อเหตุกระทำชำเราในรถกระบะภายในวัดแห่งหนึ่งในอำเภอท่ามะกา เด็กหญิงผู้เสียหาย ออกมายืนยันหลังน้าสะใภ้ที่ถูกกล่าวหาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอ้างว่า ตัวเองไม่ได้หลอกลวงเด็กหญิงไปให้วัยรุ่นข่มขืน แต่ทั้งคู่เป็นแฟนกัน ซึ่งเรื่องนี้ทางเด็กหญิงผู้เสียหาย ยอมรับว่าเคยรู้จักและพูดคุยกับชายคนดังกล่าว แต่ไม่เคยคบหาเป็นแฟน หรือพบหน้ากัน เชื่อว่าที่น้าสะใภ้ออกมาพูดแบบนี้ เพราะต้องการโยนความผิดให้กับตนเองเพียงฝ่ายเดียว และคืนที่เกิดเหตุหากน้าสะใภ้ไม่ชักชวนให้ไปเป็นเพื่อนก็คงไม่ตัดสินใจออกไปด้วย แถมขณะเกิดเหตุก็พยายามขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือจากน้าสะใภ้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ