ข่าวภาคค่ำ

เหยื่อติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งทะลุ 4.1 ล้านคนแล้ว

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งทะลุ 4.1 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 280,000 คน โดยหลายประเทศมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลังจากคลายมาตรการล็อกดาวน์

จีน มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 14 คน โดยหนึ่งในผู้ป่วยรายใหม่พบในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรค และนับเป็นครั้งแรกที่พบผู้ป่วยรายใหม่ในเมืองดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา โดยอาการผู้ป่วยอยู่ในขั้นวิกฤต

ขณะเดียวกัน คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เซาท์ไชน่า และห้องปฏิบัติการเพื่อการเกษตรสมัยใหม่หลิ่งหนาน กว่างตง รายงานผลการศึกษาการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมเชิงเปรียบเทียบ และพบความเป็นไปได้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ อาจเกิดจากการผสมกันของไวรัสในตัวนิ่มและค้างคาว โดยค้างคาวอาจเป็นโฮสต์กักตุน และตัวนิ่มอาจเป็นโฮสต์ตัวกลาง

ขณะที่ เกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 34 คน ซึ่งเป็นสถิติรายวันที่สูงที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา โดยการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากชายอายุ 29 ปี เดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิง 5 แห่งในย่านอีแทวอน ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ทางรัฐบาลได้สั่งปิดสถานบันเทิงทั่วกรุงโซล เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอกที่ 2

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้พุ่งสูงกว่า 4,110,000 คน เสียชีวิตกว่า 280,593 คน รักษาหายแล้วกว่า 1,440,000 คน โดยสหรัฐอเมริกามียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมงมากถึง 25,621 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1,615 คน ทำให้สหรัฐฯ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 1,340,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 80,000 คน

ขณะที่สมาชิกทำเนียบขาวจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นาย แอนโทนี เฟาอซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อ นาย โรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และนายสตีเฟน ฮาน กรรมาธิการด้านอาหารและยา จะกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อดูอาการ หลังทำงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในทำเนียบขาว ซึ่งเป็นทหารผู้ช่วยส่วนตัวของผู้นำสหรัฐฯ และนางเคที มิลเลอร์ โฆษกของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์

ด้าน นาย บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เตรียมคลายล็อกดาวน์และเปลี่ยนมาใช้ระดับการเตือนโรคโควิด-19 โดยใช้โค้ดสีแทน ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ จากสีเขียวไปถึงสีแดง

ส่วนที่ สิงคโปร์ นำหุ่นยนต์ ที่มีชื่อว่า สป็อต (Spot) ลักษณะคล้ายสุนัข ทำหน้าที่คอยแจ้งเตือนประชาชน ที่มาวิ่งออกกำลังกายและพักผ่อนตามสวนสาธารณะให้เว้นระยะห่างทางสังคม โดยได้รับการติดตั้งกล้องและสัญญาณตรวจจับ เพื่อให้คาดการณ์ได้ว่า มีประชาชนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกี่คนและยังสามารถส่งเสียงได้โดยเป็นข้อความว่า โปรดอยู่ห่างกันเป็นระยะทางอย่างน้อย 1 เมตร ก่อนจะพูดคำว่า ขอบคุณ เป็นการปิดท้าย