7HD ร้อนออนไลน์

พิษโควิด! เจ้าของล้งขนุนส่งออก ขนขนุนหนักกว่า 10 ตัน ไปเลี้ยงช้าง

จากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้การร้านค้า ห้างขนาดใหญ่ ภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งภารการเกษตร

วันนี้ (14 พ.ค.63) ทีมข่าว 7HD  ได้พบกับ น.ส.สุพรรณ์ญา สิงห์เสนา เจ้าของล้งขนุนเจ๊ไหวเพื่อส่งออกรายใหญ่ ที่ตั้งอยู่ที่ศาลาวัดไร่ใหม่ ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 ช่วงแรกถูกประเทศจีนระงับห้ามนำเข้าผลผลิตขนุนทั้งหมดนานนับเดือน รอจนกระทั่งประเทศจีนผ่อนคลายอนุญาตให้นำเข้าขนุนได้บ้างแต่ยอดสั่งซื้อก็มีปริมาณน้อยมากกว่าผลผลิตที่ทางล้งรับซื้อจากเกษตรกรไว้เดือนละหลายตัน จนถึงขนาดนี้ยังคงรับสภาพการขาดทุนอย่างหนักติดต่อมาหลายเดือน

หากสถานการณ์ปกติเฉพาะที่ล้งของ น.ส.สุพรรณ์ญา แห่งเดียวจะส่งขนุนออกไปประเทศจีนถึงเดือนละ 500  ตัน แต่เมื่อเกิดวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ทำให้ธุรกิจส่งออกขนุนได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงได้ แต่ทุกวันนี้ล้งของ น.ส.สุพรรณ์ญา ยังคงต้องช่วยรับซื้อขนุนจากชาวสวนอยู่ซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำ ทั้งยามที่ขนุนมีราคาดีหรือตกต่ำ เพราะต้องมีความซื่อสัตย์ซึ่งกันและกันและจะทิ้งกันก็ไม่ได้

น.ส.สุพรรณ์ญา บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตอนนี้ล้งต่าง ๆ ได้รับผลกระทบเยอะมาก ต้องค่อย ๆ ทยอยเอาผลผลิตการเกษตรซึ่งขายไม่ได้ราคาเหมือนกันทุกตลาดคือรองรับไม่ไหว เพราะสถานการณ์เป็นแบบนี้ เอาไปแพ็กขายก็ขายไม่ได้ ขนุนก็ต้องทยอยตัด พอทยอยตัดมันก็อั้นไปเรื่อย ๆ แต่ยังไงเราก็ต้องเอาออกจากสวนเพื่อช่วยชาวไร่  วันนี้ก็จะนำขนุนไปเลี้ยงช้าง เพราะอย่างไรเราก็ต้องซื้อเพื่อช่วยชาวสวนในราคาที่ก็ไม่แพง แต่ต้องช่วยชาวสวนระบายออกขนุน รับซื้อขนุนจากสวนกิโลกรัมละ 3-4  บาท เมื่อบวกกับค่าใช้จ่าย ค่าแรงคนงาน ค่าน้ำมันรถก็ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 5-6  บาท คืออย่างไรก็ต้องขาดทุนแน่ ๆ ซึ่งขนุนที่รับซื้อกองไว้เราก็ไม่รู้จะเอาไปไหน อย่างน้อยก็ยังได้เอาไปเลี้ยงช้างก็ยังดีกว่า โดยได้ประสานทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าจะนำขนุนไปให้ช้างที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน 2 คันรถ และที่ศูนย์บริบาลช้างบริบาลสัตว์ป่า ที่จังหวัดเพชรบุรีอีก1 คันรถ รวม 12 ตัน ซึ่งเราออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด รวมมูลค่าวันนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 7  หมื่นบาท 

“เรื่องของการช่วยเหลือหรือการเยียวยาจากทางภาครัฐ ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลเลย จริง ๆ  แล้วทุกล้งพยายามช่วยเหลือชาวสวน ช่วยเหลือลูกไร่ ช่วยเหลือทุกทาง และก็พยายามช่วยเหลือตัวเอง พยายามหาทางออกกัน แต่ตอนนี้มันหาทางออกไม่ได้แล้ว คือจ้องทิ้งของกันอย่างเดียว เหมือนกันหมดทุกล้ง คือขนุนพันธุ์ทองมาเลต้องทิ้งหมดเลย ขายก็ไม่ได้ราคา เต็มที่ก็อยู่ที่ 2-4  บาท คนเอาไปแพ็คก็ขายไม่ดี ถึงแม้ตลาดเปิดก็ขายไม่ดีอยู่ดี ซึ่งทางล้งเองก็ไม่เคยได้รับการเยียวยาจากส่วนไหนเลย แต่เราก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องมาช่วยเราเยอะแยะ อย่างน้อยก็อยากให้ทางกระทรวงเกษตรฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยรับซื้อจากเราไปในราคาถูก ๆ ก็ได้ อย่างน้อยช่วยรับซื้อของเราในราคากิโลกรัมละ 2-3  บาท เราก็ขาดทุนน้อยลงหน่อย จะเอาไปแจกหรือเลี้ยงช้างหรือเลี้ยงสัตว์ก็ยังดีกว่าทิ้ง” น.ส.สุพรรณ์ญา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง