ข่าวภาคค่ำ

ทรัมป์ ขู่ตัดเงินสนับสนุน WHO ชี้ทำตัวเป็นหุ่นเชิดของจีน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ตัดเงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลกถาวร ขณะที่ สหภาพยุโรปและออสเตรเลีย เรียกร้องให้มีการสืบสวนจุุดเริ่มต้นการระบาดของโรคโควิด-19

ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ของสหรัฐฯ ล่าสุดพุ่งทะลุกว่า 4,805,000 คนแล้ว เสียชีวิตกว่า 318,000 คน ขณะที่ สหรัฐฯ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงกว่า 1,508,000 คน เสียชีวิตกว่า 90,000 คนแล้ว

ขณะที่ การประชุมสมัชชาประจำปีเหมือนจริงขององค์การอนามัยโลก เป็นเวลา 2 วัน สหภาพยุโรปและออสเตรเลีย ได้เรียกร้องให้มีการทบทวนจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิก 2 ใน 3 จากชาติสมาชิก 194 ประเทศ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า จากร่างเอกสารพบว่ามีชาติสมาชิกสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าวถึง 116 ประเทศ ขณะที่ จีนไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องดังกล่าว

ขณะที่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่มีการจะทบทวนการทำงานขององค์การอนามัยโลก ในการรับมือกับการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เพื่อเป็นบทเรียนในอนาคต ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเวลาที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่อีกครั้งว่า จะระงับเงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลกถาวร หากองค์การอนามัยโลกไม่ปรับปรุงองค์กรครั้งใหญ่ภายใน 30 วัน โดยสหรัฐฯ จะพิจารณาลาออกจากการเป็นสมาชิกด้วย พร้อมโจมตีว่า องค์การอนามัยทำตัวเป็นหุ่นเชิดของจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ เคยขู่ระงับเงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง

ขณะที่ ทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เร่งพัฒนายารักษาโรคโควิด-19 ที่ผลิตจากแอนตี้บอดี้ที่ปกป้องเซลล์จากเชื้อโรคในระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการทดลองในสัตว์แล้ว ซึ่งเชื่อว่าหากพัฒนายาชนิดนี้ให้ทดลองในมนุษย์ได้สำเร็จ ก็จะสามารถรักษาผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 ได้ โดยไม่ต้องพึ่งวัคซีนด้วย