ห้องข่าวภาคเที่ยง

แชร์สนั่นโซเชียล : แฉ นักร้องสองเพศดรามารับเงินบริจาค ที่แท้ทุบตีแม่

เป็นอีกเรื่องราวดรามาในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง รวมทั้งนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้ออกมาแฉนักร้องสาวสองเพศอ้างว่า ใช้ความพิการมาโพสต์ดรามาเรียกคะแนนความสงสารจากผู้ใจบุญ พอได้เงินบริจาคและข้าวของ ก็เอาของที่รับบริจาคไปขายต่อ จนตอนนี้กินหรู อยู่สบาย หนำซ้ำยังทุบตีแม่อีกด้วย 

ช่อง 7HD ได้ติดต่อสัมภาษณ์ผู้ที่ออกมาจับโป๊ะ หรือจับโกหกเรื่องนี้ พร้อมทั้ง ไปฟังข้อมูลอีกด้านจากเจ้าตัวที่ถูกกล่าวหา ซึ่งใช้ชื่อตัวเองว่า เป็นนักร้องสองเพศ โต้ว่า..ตนถูกขุดคุ้ยเรื่องเก่าตั้งแต่ 2-3 ปีก่อนขึ้นมาแฉ ทุกวันนี้ก็ยังลำบากอยู่    

ผู้ใช้เฟซบุ๊กสาวรายหนึ่งโพสต์เดือดแฉ นักร้องสองเพศที่มีความพิการแต่กำเนิด คือมี 2 เพศในตัวและมีปัญหาปัสสาวะรั่วมาตลอด ได้ถ่ายทอดชีวิตตัวเองขอรับเงินบริจาค ผ้าอ้อมผู้ใหญ่และข้าวของต่างๆ แต่กลับนำเงินที่ผู้ใจบุญให้ มาใช้กินหรู อยู่แอร์ พบทำมาแล้วหลายครั้ง ส่วนเงินที่มีผู้บริจาคก็เอาเข้าบัญชีแม่ เพื่อป้องกันการตรวจสอบ ผู้โพสต์ยังบอกอีกว่า คนในพื้นที่รู้กันดี คอยแต่จะขอรับบริจาคเงินตามโลกโซเชียล แถมงานนี้ยังแฉต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้นักร้องสองเพศรายนี้ เคยถูกนักร้องสาวลูกทุ่งชื่อดัง วอนให้ทุกคนหยุดบริจาคให้บุคคลนี้ จะได้หยุดการกระทำที่หลอกลวง เดือนๆ หนึ่งได้เงินบริจาคไม่ใช่น้อย ที่เห็นกินข้าวกับน้ำปลานั่นเป็นการสร้างภาพ และโพสต์ที่ว่ารักแม่นักหนา จริงๆ แล้วตีแม่เกือบตาย

เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องดรามาเช่นนี้ในสังคมอีก ทีมข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นมาจากนักร้องสองเพศคนนี้ ได้แอดเฟซบุ๊กมาขอเป็นเพื่อน ก็ไม่คิดอะไรรับไว้ แต่หลังจากนั้น เขาก็ Inbox มาส่วนตัวว่า ขอรับบริจาคแพมเพิร์สผู้ใหญ่ เพราะป่วยไม่มีเงิน ตนเห็นใจก็ซื้อแล้วส่งไปให้ แต่นานๆ ไปเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของน้องคนนี้ ขอรับบริจาคเงินอย่างเดียว จนเพื่อนบ้านมาแฉให้ฟังว่า น้องคนนี้โกหก หายป่วยจากปัสสาวะรั่วแล้ว ตอนนี้ใช้ชีวิตหรู กินของแพง สั่งอาหาร delivery มาส่งถึงบ้านตลอด

และเพื่อความเป็นธรรม ทีมข่าวก็ได้ติดต่อไปยังผู้ถูกกล่าวหา ก็คือ น้องเจ นักร้องสองเพศรายนี้ ได้ชี้แจงว่าเรื่องที่เธอถูกแฉในโลกโซเชียล อย่างที่นักร้องสาวลูกทุ่งโพสต์ว่า งดให้ความช่วยเหลือ เพราะตนทำร้ายแม่จนขาหัก ตนยอมรับว่า ตนและแม่มีปัญหาทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ก็เคยทะเลาะลงไม้ลงมือกัน แต่นั่นเป็นเรื่องเก่าเมื่อปี พ.ศ.2558 ทุกวันนี้ ไม่ได้กินหรู อยู่ห้องแอร์ เงินแทบไม่เหลือติดบัญชี

เรื่องนี้คงต้องฝากให้ผู้นำชุมชนช่วยตรวจสอบ ว่าอะไรคือข้อเท็จจริง หากน้องมีความลำบาก พิการจริง ก็น่าจะได้เบี้ยผู้พิการ ส่วนถ้าหากมีพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวงผู้อื่น ก็คงต้องมีการว่ากล่าว ตักเตือน ลงโทษกันไป อย่าเอาความมีน้ำใจของคนไทย มาทำลายไม่เห็นค่า แบบนี้     


ขอบคุณ Facebook : Angryy Nok