7HD ร้อนออนไลน์

รวบโจรกระชากกระเป๋าหญิงวัย 63 ปี จนรถล้มหัวฟาดพื้น

จากเหตุที่สองโจรชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์ ก่อเหตุกระชากกระเป๋านางสมพิศ ทองสายบัว หรือ ป้าแป๊ด อายุ 63 ปี จนรถจักรยานยนต์ล้มลงศีรษะฟาดพื้นนอนสลบแน่นิ่งกลางถนน เหตุเกิดบริเวณปากซอยถนนเพชรเกษม 43 เขตเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยเช้านี้นายโรจนิล โพธิยะจิตรานนท์ ลูกชายป้าแด ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หาดใหญ่

ล่าสุด ช่วงเย็นวันนี้ (21 พ.ค.63) ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ติดตามจับกุมคนร้ายทั้ง 2 คนได้แล้ว เป็นสามีภรรยาวัยรุ่นทราบชื่อคือ นายอภิเชษฐ์  แก้วแกมทอง อายุ 21 ปี และ น.ส.สุกัญญา เทศพรพิกุล อายุ 21 ปี หลังศาลจังหวัดสงขลาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในวันนี้ โดยตำรวจตามไปจับกุมตัวทั้ง 2 คน ได้ขณะขี่รถจักรยานยนต์หนีไปกบดานที่บ้านพ่อของ นายอภิเชษฐ์ ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แต่ตำรวจนำตัวนายอภิเชษฐ์กลับมาก่อน  ส่วน น.ส.สุกัญญา ภรรยานายอภิเชษฐ์  ซึ่งกำลังตั้งท้องแก่ใกล้คลอด ต้องประสานรถพยาบาลในการนำตัวมาส่งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากท้องแก่ 8 เดือน ใกล้คลอดมากแล้ว พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งยืมมาจากน้าชายนายอภิเชษฐ์ และเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ

จากนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอภิเชษฐ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และให้การอ้างว่าแค่ขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวยังไม่ทันกระชากกระเป๋า ทำให้รถของป้าแป๊ดล้มลง ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะต้องการหาเงินไปใช้จ่าย และนำไปใช้เป็นค่าทำคลอดให้กับภรรยาที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือน เนื่องจากทั้งตนและภรรยาไม่ได้ทำงาน

ขณะที่ป้าแป๊ดซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุกระชากกระเป๋า วันนี้ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วโชคดีที่สมองไม่เป็นอะไร จึงเดินทางไปดูการทำแผนฯ โดยขณะทำแผนฯ นายอภิเชษฐ์ได้ยกมือไหว้ขอโทษป้าแป๊ดด้วย ป้าแป๊ดบอกว่าตอนเกิดเหตุยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นและรถล้มได้อย่างไร เพราะมึนไปหมด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ลูกชายพาไปโรงพยาบาล

“แม้ว่าจะดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อรู้ว่าทั้งคู่ยังเป็นเยาวชนและผู้หญิงกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ก็แทบไม่อยากจะเอาเรื่องเอาราวเพราะสงสาร และตัวเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เมื่อเป็นคดีขึ้นมาแล้วก็ต้องปล่อยให้ตำรวจว่าไปตามกฎหมาย แม้จะไม่อยากเอาเรื่องก็ตาม” ป้าแป๊ด กล่าว

สำหรับคดีนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหาสองสามีภรรยา ร่วมกันพยายามวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จากการตรวจสอบประวัตินายอภิเชษฐ์ พบเคยก่อเหตุชิงทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2558 และออกจากสถานพินิจเมื่อปี 2559 และ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2560 ออกจากสถานพินิจมาเมื่อปี 2562