สนามข่าว 7 สี

รวบเพื่อนบ้านแสบ อาสากดเงิน เราไม่ทิ้งกัน ก่อนเชิดหนี 8,000 บาท

กรณีชายอายุ 63 ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการ แจ้งความว่า ถูกหญิงเพื่อนบ้านที่เช่าห้องอยู่ติดกันอาสานำบัตร ATM ไปกดถอนเงินโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" จำนวน 10,000 บาท แต่กลับเชิดเงิน 8,000 บาท หลบหนี เหตุเกิดวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมเพื่อนบ้านจอมแสบมาดำเนินคดีได้แล้ว เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ

ตำรวจ สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ คุมตัว นางสาวมยุรี บุตรงาม อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ผู้อื่นมาสอบสวน หลังควบคุมตัวได้บริเวณสวนรุกขชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่  4 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายเล็ก ปิ่นปาน อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย ได้รบกวนให้ นางสาวมยุรี เพื่อนบ้านที่พักอาศัยอยู่ห้องเช่าติดกัน ตรวจสอบยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคาร เนื่องจากหลานชายของ นายเล็ก ได้ยื่นลงทะเบียนตามสิทธิโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" ไว้ให้ เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชีจำนวน 10,000 บาท (2 งวด) นางสาวมยุรี จึงอาสาไปที่ตู้ ATM บริเวณปากซอย เพื่อกดเงินให้กับ นายเล็ก

แต่ที่เป็นเรื่องก็เนื่องจาก นางสาวมยุรี นำเงินมามอบให้กับ นายเล็ก เพียง 2,000 บาท เท่านั้น จากที่กดถอนเงินมา 10,000 บาท จากนั้น นางสาวมยุรี พร้อมกับแฟนหนุ่ม ก็หายตัวไปจากห้องเช่า

ผู้ต้องหายอมรับ เธอนำบัตร ATM ของ นายเล็ก ไปกดถอนเงินจำนวน 2 ครั้ง แต่ปฏิเสธขโมยเงินจำนวน 8,000 บาทไป อ้างวันเกิดเหตุ นายเล็ก ได้ให้เด็กอีกคนเดินทางไปกดเงินที่ตู้ ATM กับเธอด้วย เธอจึงมอบเงินจำนวน 4,000 บาท ให้กับเด็กคนดังกล่าวไป ที่เหลืออีก 4,000 บาท เธอขอยืมไว้ เพราะจำเป็นต้องใช้เงินสำหรับเดินทางไปรับน้องที่ต่างจังหวัด

คำให้การของ นางสาวมยุรี ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เนื่องจากสมุดบัญชีธนาคารบันทึกว่า มีการกดถอนเงินในวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 จากตู้ ATM เดียวกัน จำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรกยอดเงิน 1,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 8,000 บาท และครั้งที่ 3 กดถอนเงินอีก 1,000 บาท คงเหลือยอดเงินในบัญชี 2 บาท 70 สตางค์ ส่วนเด็กที่ผู้ต้องหาอ้างถึงก็ไม่สามารถอ้างอิงตัวตนได้

นางสาวมยุรี ให้การกับตำรวจอีกว่า หลังวันดังกล่าวเธอได้โทรศัพท์คุยกับ นายเล็ก แล้ว เรื่องขอยืมเงินและการผ่อนชำระหนี้ให้เป็นงวด ๆ ยืนยัน ไม่คิดจะหลบหนี แต่ที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาห้องเช่าที่จังหวัดสมุทรปราการได้ เพราะเธอเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงโควิด-19 จึงถูกกักตัว 14 วัน

ตำรวจ สภ.พระประแดง ไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การ เนื่องจากผู้ต้องหายังคงพูดวกไปวนมา แถมคำให้การยังขัดแย้งกับหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ผู้อื่น พร้อมคุมตัวไว้สอบปากคำเพิ่มเติม